Few destinations got me so excited as Peru, so when I boarded the 12-hour flight from Madrid I was really counting the hours until touchdown in this fascinating Latin American country.

Probably not by American size, but it is a very big country spanning from the Pacific Ocean to the Amazon forest, and obviously the Andes mountain range with its many peaks and dotted by interesting cultural sites.

Because of its rugged landscape and poor infrastructures, it is paramount to choose an itinerary that can minimize your travel time, since flights are not only expensive but sometimes delayed, and ground or rail transport very slow.

ถ้าถามว่าประเทศในฝันที่อยากไปมากที่สุดคือที่ไหน ตอบได้ทันทีแบบไม่ต้องคิดเลยว่า “ประเทศ Peru” หลงใหลใฝ่ฝันมาตลอดที่จะได้เห็นมาชูปิกชู ได้เจอกับชนพื้นเมืองในแถบภูเขา Andes ได้เล่นกับอัลปาก้าขนฟู ได้ล่องเรือเที่ยวชมป่าอเมซอน ส่วนตัวแล้วปลื้มกับวัฒนธรรมทางแถบละตินอเมริกาอย่างมาก รู้สึกว่าในความเรียลนั้นมันแฝงเอาไว้ซึ่งความแฟนตาซีน่าค้นหา

แต่กว่าฝันจะเป็นจริงมันไม่ง่าย… ด้วยภูมิประเทศขนาดกว้างใหญ่อุดมไปด้วยป่าและเขา การสัญจรทางบกในเปรูจึงค่อนข้างล่าช้าและลำบาก บวกกับตั๋วเครื่องบินในประเทศที่มีราคาสูงลิบ การจะเที่ยวทั่วเปรูให้ได้ดั่งใจจึงต้องอาศัยการแพลนอย่างรัดกุม เพราะเรามีเวลาและ budget ที่จำกัด แต่นั่นก็ไม่เกินความสามารถของเหล่า Avenger (aka my husband) ทริป 12 วันตามล่าหาฝันในเปรูฉบับรวบรัดจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยประการฉะนี้

The capital city of Lima is a necessary stop for most visitors, and while often overlooked this huge metropolis does hold some interesting sites. A couple of days are easily filled while exploring the historic centre with its colonial buildings, or wondering in the hipsters neighborhood of Barranco looking for eclectic venues or the latest twists of street art.

The Miraflores area is mostly used as a based since this modern neighborhood is conveniently located and hosts many higher end hotels, plus excellent options for drinks and dining.

Lucky for me I have a friend who lives there, and was able to meet and take me around for a short tour of the historic Lima, starting at the Plaza Mayor to see the impressive cathedral, and ending fairly quickly with a delicious pisco sour in my hand at the Gran Hotel Bolivar.

ต่อเครื่องจับไฟล์ท 12 ชม. ยิงยาวจากมาดริด ในที่สุดเราก็มาถึงจุดหมายแรก ณ เมืองหลวง Lima เมืองนี้ไม่ได้โด่งดังนักในเรื่องการท่องเที่ยว แต่ก็มีโซนสวยๆน่าสนใจอยู่ไม่น้อย และความบังเอิญไม่มีในโลก เชื่อมั้ยว่าหน้าตาอย่างนี้ดิฉันมีเพื่อนเป็นชาวเปรูกับเค้าด้วยค่า Andres เป็นนักแสดงอิสระและไปใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯหลายปีเราจึงได้รู้จักกัน เขาอาศัยอยู่เมืองอื่นแต่อุตส่าห์ถ่อเข้ามาที่ลิม่าเพื่อมาพาเราเที่ยวโดยเฉพาะ น่าซาบซึ้งใจอะไรเยี่ยงนี้!

โรงแรมที่เราพักอยู่ในโซนเมืองใหม่ Miraflores ละแวกที่ตั้งของโรงแรมห้าดาวและร้านอาหารชื่อดังมากมาย หลังจากทานอาหารเที่ยงและเซอร์เวย์พอสังเขป เราก็เบนเข็มเข้าโซนเมืองเก่า บ่ายนี้เรามีนัดกับ Andres ที่บาร์ของโรงแรมเก่าแก่ Gran Hotel Bolivar จุดนัดพบของคนดังในอดีต จิบ pisco sour เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของเปรูเป็นการประเดิมเริ่มทริปอย่างเป็นทางการ อัพเดทชีวิตกันพอหอมปากหอมคอ แล้วก็พากันไปเดินเล่นชมจัตุรัส Plaza Mayor ที่ตั้งของโบสถ์ประจำเมืองและตึกเก่าแก่ในละแวก

จากนั้น Andres พาเราข้ามไปเที่ยวชมเมืองริมชายฝั่ง Barranco โซนฮิปสเตอร์ที่ชวนตื่นตาไปด้วยงานกราฟฟิตี้บนผนังสวยๆ ผับและร้านค้าหน้าตาอันเดอร์กราวนด์ ถูกใจชะนีอินดี้เป็นที่สุด อันนี้ไม่ได้อยู่ในแพลนแต่ได้ไกด์ของเราแนะนำมา นี่ละน้าเค้าถึงว่า “รู้อะไรก็ไม่เท่ารู้จักคน local” 555

While Lima cannot certainly compete with the amazing attractions the rest of Peru has to offer, the food scene has recently gained worldwide attention with two restaurants often ranked among the World’s best, so being a foodie myself I wanted to check them out before venturing toward the mountains.

Maido is the best expression of Nikkei cuisine you could wish to find, its location in a pretty house gives it a touch of class but once inside it is the food that does the talking. The food is prepared with only the best ingredients, and my seat at the counter gave me a perfect position to watch how the sushi masters and the chef would craft each dish right in front of me.

นอกจากเดินเที่ยวชมเมือง หนึ่งวันในลิม่านั้นยังอัดแน่นไปด้วยโปรแกรมกิน! ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเมืองนอกสายตาอย่าง Lima มีร้านอาหารที่ติดอันดับท๊อปเท็นของโลกถึงสองร้านด้วยกัน แล้วสายกิน(ยับ)อย่างเราจะพลาดได้อย่างไร?! อันที่จริงจะว่าจุดหมายในการมาเมืองนี้เพื่อมา ”กิน” ก็คงไม่ผิดนัก

มื้อกลางวันเราสตาร์ทเบาๆที่ Maido ร้านอาหารสไตล์ Nikkei ซึ่งผสมผสานเทคนิคของอาหารญี่ปุ่นเข้ากับวัตถุดิบของเปรู เชฟ Mitsuharu Tsumura ที่มีเชื้อสายญี่ปุ่น ทำออกมาได้ดีไม่มีที่ติ พาร้านทะยานขึ้นอันดับ 7 ในชาร์จ World’s 50 Best Restaurant 2018 นอกจากเมนูซูชิต่างๆ จานที่เราแนะนำและโปรดปรานมากคือ Uni ceviche หรือไข่หอยเม่นยำสไตล์เปรู บอกเลยว่ารสชาตินัวลิ้น ทั้งหอม! ทั้งมัน! ทั้งเปรี้ยวจี๊ด! ไข่หอยเม่นของเปรูนับว่าถูกจริตมาก ตัวใหญ่และมีกลิ่นคาวน้อยกว่าของญี่ปุ่น

Central is definitely the most talked about venue in town, currently ranked sixth in the San Pellegrino World’s 50 best (and only one place ahead of Maido), the flagship restaurant from chef Virgilio Martinez will take you through a journey through the different altitudes, landscapes and flavours of Peru. A real showcase of years of extensive research into the countless ingredients found in this amazing territory.

The mater elevations menu will introduce a new perspective of Peru, a vertical dimension of the ecosystems, from shellfish 20 meters below sea level to corn and potatoes 4100 meters on the Andes, with a guarantee that you’ll eat few ingredients you never heard about, and you’ll leave the restaurant with a better knowledge about the over few thousand varieties of Peruvian potatoes.

This experience with the flavours and biodiversity of Peru was the perfect start of this trip, I am now ready to explore the landscapes and cultures (with a very full belly).

มีเวลาเดินย่อยช่วงบ่ายไม่นาน ก็ถึงคิวของร้านอันดับ 6 ของโลก ที่จริงไม่แนะนำให้กินวันเดียวกันเลยค่ะ (มีสิทธิ์พุงแตกตายได้) แต่ด้วยเวลาที่จำกัดจริงๆเราเลยต้องจับยัดรวมแล้วเขย่าๆออกมาเป็นแผนนี้

ที่ร้าน Central เชฟ Virgilio Martinez จะพาคุณเดินทางไปทั่วเปรูร่วมกับเขาผ่านทางวัตถุดิบอาหาร คอร์สเมนูถูกนำเสนอในคอนเซ็ปท์ “The mater elevations” อย่างที่เกริ่นไว้ว่าเปรูมีภูมิประเทศและระบบนิเวศหลากหลายมาก วัตถุดิบที่เชฟคัดสรรมาจึงมีทั้งที่นำมาจากใต้ทะเลลึก 20 เมตร ป่าอเมซอน ไล่เรียงไปจนถึงวัตถุดิบอย่างข้าวโพดหรือหัวมันบนภูเขาที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 4100 เมตร แต่ละจานที่เสิร์ฟมักจะสร้างความฉงนไม่น้อย เช่น “มันคือชนิดของโปเตโต้” (รู้หรือไม่: เปรูมีหัวมันกว่าพันชนิดจ้า) “มันคือรากไม้ชนิดหนึ่ง” “อันนี้ประมาณว่าเป็นข้าวโพด” เราไม่มีทางรู้เลยว่าที่เรากินๆเข้าไปคืออะไรแน่ ชื่อก็ไม่เคยได้ยิน แถมไม่มีทางเดาได้จากหน้าตา มันเลยกลายเป็นมื้อที่สนุกสนานทำเอาเราหัวเราะทุกครั้งที่จานใหม่ถูกยกมาเสิร์ฟ ที่น่าทึ่งคือเชฟให้ความสำคัญกับวัตถุดิบท้องถิ่นมาก เขาไม่เคยหยุดนิ่งที่จะค้นคว้าและออกไปทดลองชิมด้วยตัวเองเสมอ

อิ่มข้าวโพดอิ่มรากไม้อิ่มหัวมันแล้วเราก็พร้อมจะไปต่อ จุดหมายหน้าบอกเลยว่าแค่ชื่อก็น่าติดตามที่สุด “Sacred valley – หุบเขาศักดิ์สิทธิ์” อย่าว่าแต่คนอ่านเลยค่ะ คนเขียนเองก็คันไม้คันมือรอจะเล่าให้ฟังไม่ไหวเช่นกัน

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s