As I already mentioned about the lady tourists wearing yugata wandering around town in my previous blog, obviously I could not resist the temptation myself, and along with my Japanese friend I decided to rent a yugata for the day and wander around the temples feeling like a Japanese girl from the Edo era.

Our mission today is Momijigari 「紅葉狩り」or The maple tree hunting. It is a Japanese tradition in autumn to go out looking for the red maple leaves mostly in the parks or temples. I believe Japanese love to enjoy each season at its best like Cherry blossom in Spring for example.

และแล้วก็มาถึงวันนี้ที่รอคอย วันที่เราจะได้แปลงร่างเป็นสาวญี่ปุ่นครั้งหนึ่งในชีวิต ได้ใส่ชุดยูกาตะตามธรรมเนียมตั้งแต่หัวจรดเท้า ออกไปเดินชมใบไม้แดงในสวนสวยอย่างที่ฝันไว้ ชาวญี่ปุ่นเรียกช่วงเวลาแห่งนี้ว่า Momijigari 「紅葉狩り」หรือการออกไปชื่นชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง จะเห็นได้ว่าชีวิตของพวกเขาให้ความสำคัญและผูกพันอยู่กับธรรมชาติเป็นอย่างมากค่ะ

momiji03

momiji04

momiji01

momiji02

IMG_5066

We visited Rurikoin 「瑠璃光院」the Buddhist temple, an ancient wooden building surrounded by beautiful trees of many colours. A wooden table is smartly placed to reflect the shapes of the nature outdoor, it appears as a casual detail which made me impressed by their quest for perfection. The ideal place to pose for some pictures and enjoy the peaceful vibe of this quintessentially Japanese place.

จุดหมายแรกของเราออกไปไกลจากเมืองเกียวโตเล็กน้อย Rurikoin 「瑠璃光院」วัดพุทธเก่าแก่ที่มีวิวสวนสวยติดอันดับท๊อปของเกียวโต ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเขาจะเปิดให้เข้าชมเพียงสองเดือน คือตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมถึงประมาณกลางเดือนธันวาคม และมีการจำกัดจำนวนคนต่อวัน จุดเด่นของที่นี่คือ โต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่วางอยู่กลางห้องโถงจะสะท้อนเงาของใบไม้หลากสีที่อยู่รายล้อม เป็นภาพที่ดูงดงามแปลกตา บรรดาเหล่าช่างภาพมืออาชีพจึงมักจะดั้นด้นมาเก็บภาพที่นี่

momiji05

momiji07

WOHR0977 (2)

JPAR5815 (2)

momiji06

KXHQ2872 (115)

IMG_5102

Certainly a more crowded affair was the visit to the Golden Temple: Kinkaku-Ji 「金閣寺」 , a well known site that attracts many tourists. Yet the gardens and the shiny building are so overwhelmingly adorable that it is easy to forgive the crowds and immerse ourselves in the beauty of the place. A small tea house within the gardens gives the visitors a chance to taste true Japanese flavours in a very zen-like setting.

และที่พลาดไม่ได้อย่างแน่นอนคือวัดสีทองอร่าม ที่เราได้ยินชื่อมานมนานจากการ์ตูนเรื่องอิคคิวซัง Kinkaku-Ji 「金閣寺」 ในช่วงเวลานี้หนีไม่พ้นจำนวนนักท่องเที่ยวที่ล้นหลาม แต่ความงดงามของวัดสีทองวับวาวกลางบ่อน้ำที่โอบล้อมไปด้วยสวนญี่ปุ่นไล่โทนสีเหลือง-แดง ทำให้เรารู้สึกอิ่มเอมใจและสงบเงียบอย่างบอกไม่ถูก ที่นี่ยังมีร้านขายขนมและชาเขียวมัทฉะรสเข้มข้นตำรับเกียวโตในบรรยากาศสวนเซ็นญี่ปุ่น บอกได้คำเดียวว่า “ห้ามพลาด” ค่ะ

XUEF7575 (2)

momiji08

momiji09

momiji10

momiji11

momiji12

EPGF0827 (2)

UQMD5165

UGAL4987

Just nearby my Japanese friend took me to try some local snack: Aburi mochi, the grilled sticky rice cake. I can never resist local delicacies and very few countries are as good as Japan when it comes to stimulating my senses. The small street behind Imamiya shrine 「今宮神社」is where traditional restaurants specialized in Aburi mochi lined up. Having a delish local sweet with hot green tea in the old house is the best way to end our beautiful Japanese customs day.

ตะลอนๆมาทั้งวัน ฮิโรโกะเพื่อนสาวชาวญี่ปุ่นจึงชวนไปหาขนมอร่อยดั้งเดิมของเกียวโตทานเป็นการปิดท้ายวันชมใบไม้แดงของเรา ถนนเล็กๆด้านหลังศาลเจ้าอิมามิยะ Imamiya shrine 「今宮神社」นั้นมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องโมจิย่างสูตรเกียวโต หรือ Aburi mochi ที่ไม่ได้หาทานกันง่ายๆ แป้งโมจิเหนียวหนึบปั้นเป็นก้อนเล็กๆเสียบไม้ ราดด้วยซอสหวานสูตรพิเศษ ก่อนจะนำไปย่างเหมือนลูกชิ้นปิ้ง กินตอนอุ่นๆพร้อมกับชาเขียวร้อน อื้มมม.. มันช่างหอมละมุนละเมียดอะไรเช่นนี้

momiji13

FXWD2475

momiji14

SZOT0029

WPSS3796 (2)

GDWY5705

GOAG0342

WPZH8379

MDBN3954

To really discover a place you need to put all your senses at work, and nobody better than someone local could guide my discovery of this beautiful country.

จบทริปเกียวโตอย่างสมบูรณ์แบบ ดื่มด่ำเต็มที่ทั้งอาหารการกินและวัฒนธรรม การที่มีคนท้องถิ่นพาเที่ยวก็ทำให้เราได้เห็นอีกมุมของเมืองนั้นๆ มุมที่ทำให้เรารู้ว่าแม้กระทั่งคนท้องถิ่นเองก็ยังชื่นชมกับบ้านเมืองและวัฒนธรรมของเขาเองมิใช่น้อย ทำให้ตระหนักได้ว่าในฐานะแขกผู้มาเยือนเราก็ควรเคารพและให้เกียรติกับทุกสถานที่ที่เราก้าวย่างไป เพราะบ้านเมืองใครใครก็รัก ว่าไหมคะ?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s