Ko Yao Noi, the Andaman gem in Thailand

I am proud of my homeland, and if you ever travelled to Thailand you will probably understand why: beautiful landscapes, stunning beaches, the smile of the people and their spirituality, the flavours of the food and the energy of Bangkok. The list could go on and on.

The beauty of Thailand attracts every year millions of people from all around the World, and while overall a good thing for our Country it has become harder to find the authentic way of Thai life in many of the touristic hotspots.

But sometimes real Thailand is only a short boat ride away, and the pristine island of Ko Yao Noi is the proof.

เชื่อไหมว่า เขียนบล็อกท่องเที่ยวมา 3 ปีกว่าแล้ว แต่ไม่เคยเขียนถึงสถานที่ในประเทศไทยเลยซักแห่ง นี่แหละนะที่เขาว่า ของใกล้ตัวที่คุ้นเคยมักจะถูกมองข้าม เขกหัวตัวเองหนึ่งทีเป็นการลงโทษ แน่นอนว่าประเทศเรามีดี (และดีมากซะด้วย!) เป็นถึงประเทศที่ติดอันดับท๊อปของโลกเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาในแต่ละปี ตั้งแต่ย้ายมาอยู่อิตาลีเราได้เจอเพื่อนต่างชาติมากมาย ทุกคนต่างเคยไปเที่ยวเมืองไทยและมีความทรงจำดีๆเวลาเล่าถึง “I love Thailand” คือประโยคที่เราได้ยินบ่อยๆ เราในฐานะคนไทยคนนึงบอกเลยว่าปลื้มปริ่มยิ้มไม่หุบ ใครจะนึกจากวันที่เคยบอกว่า “แอมฟรอมไทยแลนด์” แต่มักถูกถามกลับว่า “ที่ไหนนะ ไต้หวัน?” ทำให้เสียเซลฟ์กับการเอ่ยชื่อประเทศไปพักใหญ่ จนถึงวันนี้วันที่เมืองไทยของเรากลายมาเป็นประเทศในดวงใจของคนทั่วโลก

เท่าที่ฟังจากเพื่อนๆ ทุกคนพร้อมใจยกอันดับหนึ่งให้กับเรื่องมิตรภาพและรอยยิ้มของคนไทย น้ำใจไมตรีที่พร้อมหยิบยื่นให้คนต่างชาติ ทำให้พวกเขาประทับใจอย่างมาก อย่างว่าต่อให้สถานที่นั้นสวยงามเลิศเลอขนาดไหน ถ้าไม่รู้สึกปลอดภัยและไม่มีมิตรภาพดีๆ ก็คงไม่มีใครอยากกลับไปเที่ยวอีกเป็นแน่ อันดับต่อมามงลงที่เรื่องอาหารการกิน จะถูกจะแพง จะข้างถนนหรือบนห้าง อาหารไทยเรารสชาติอร่อยถูกปาก ราคาไม่แพง แถมยังหากินได้ตลอด 24 ชม. เหมือนกับสโลแกน “หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา….” ของ 7-Eleven

The smaller of two islands Ko Yao Noi and Ko Yao Yai (literally: Long Island Small and Long Island Big), lies in the Andaman Sea half way between Phuket and Krabi, with Ko Phi Phi just south. It is a very popular part of Thailand thanks to the natural beauty of limestone formations and lovely little beaches that dot the area, so it is even more surprising that this location has managed to stay clear of the mass tourism found in the surrounding islands.

Since stepping foot on the pier in Ko Yao Noi, I could already feel that life moves at a slower pace here, nature and the weather play an important role in the life of its inhabitants, and the tourists that decide to spend their time here are looking for relaxation rather than partying or Western comforts.

Our resort named Koyao Island Resort is set on the Eastern side, within manicured gardens, each room being an independent wooden chalet to guarantee both privacy and contact with the natural environment.

สถานที่แรกในเมืองไทยที่เราอยากนำเสนอให้ทุกคนได้รู้จัก คือเกาะขนาดเล็กแห่งหนึ่งของจังหวัดพังงาทางตอนใต้ของไทย คือเกาะที่ยังไม่มีกรุ๊ปทัวร์หรือมวลหมู่นักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล คือเกาะที่เรายังได้เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านและธรรมชาติที่ไม่ถูกปรุงแต่ง แม้แต่คนไทยเองก็ยังไม่รู้จักเกาะที่ว่านี้มากนัก

อันที่จริงการเดินทางไป “เกาะยาวน้อย”  (Ko Yao Noi) ไม่ได้ลำบากอะไรเลย สามารถนั่งเครื่องบินมาลงได้ทั้งสนามบินภูเก็ตและกระบี่ จากนั้นก็ต่อเรือสปีดโบ๊ต ใช้เวลาประมาณ 30-50 นาที ก็มาถึงเกาะ ทันทีที่เท้าแตะพื้นเรารู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก บรรยากาศรอบตัวชวนให้สโลว์ไลฟ์ เกาะยาวน้อยเปรียบเสมือนเพชรเม็ดงามในทะเลอันดามัน ตั้งอยู่ท่ามกลางสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลชื่อดังของไทยหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต หมู่เกาะพีพี อ่าวพังงา และกระบี่

รีสอร์ทที่เราเลือกพักคือ Koyao Island Resort ประกอบไปด้วยบ้านไม้ไม่กี่หลังท่ามกลางสวนทรอปิคอลที่มาพร้อมชายหาดทอดยาว มีความเป็นส่วนตัวและได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ วันดีคืนดีจะมีกลุ่มนกเงือก hornbill แวะมาส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวจุ๊บจิ๊บกันอยู่บนต้นมะพร้าวหน้าห้องพัก ส่วนเรื่องอาหารการกินไม่ต้องห่วง งานซีฟู้ดมาเต็มทั้งกุ้งหอยปูปลา ตบท้ายด้วยล๊อบสเตอร์ บางวันเราก็กินๆนอนๆอยู่แต่ในรีสอร์ทไม่ออกไปไหน

Next door, the exclusive Six Senses Yao Noi hotel offers amazing accommodation for those willing to splurge, and also a great option for myself to wander around their property. If Koyao Island Resort has the best gardens right on the beach, Six Senses will impress you with its hillside location offering jaw dropping sea views.

The panoramic pool, reserved normally to their guests, is probably the best viewpoint of the island, while I also enjoyed cosy lunch and sunset drinks at The Main House, before joining the Dining Room for pleasant romantic dinner.

ติดกับรีสอร์ทที่เราพัก คือ Six Senses Yao Noi รีสอร์ทหรูภายใต้คอนเซ็ปท์ sustainable เลี้ยงไก่เอง ปลูกผักเอง แถมตั้งอยู่บนหน้าผา เป็นเครื่องการันตีวิวดีที่สุด จากที่พักของเรามีทางเชื่อมเดินทะลุกันได้ เราจึงมักจะเตร็ดเตร่ไปทานอาหารกลางวันบ้าง ดริ้งบ้าง อาหารเย็นบ้าง เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ วิวจากสระว่ายน้ำแบบพาโนราม่าของที่นี่คือสวยสุดๆๆๆไปเลย เห็นแล้วถึงกับหยุดหายใจ สวยไม่แพ้เกาะคาปรีของอิตาลีเลยทีเดียวค่ะ

The island is best visited by bicycle, motorbike, or local open-air taxi there is basically one road that circle the island and it is very quiet with barely any vehicle on it. Those long traffic jams of Bangkok seemed like a very distant memory.

Riding through the small villages is like a tour of real island living, to see how local people still live their lives without worrying so much about tourism.

The markets are mainly catering for local buyers, buffalos are roaming freely in the fields and agriculture is very much part of the economy here, with a lot of rubber trees planted across the island, as well as fishing as you could imagine.

This is the kind of place you come with a good book, to enjoy long lunches under the trees looking across the sea, where you wake up early and go on a bicycle ride across the island to your favorite bar, that in my case happened to be on stilts right beside a fishing village.

ถึงเวลาออกสำรวจรอบเกาะบ้าง วันแรกๆขุมพลังแบตเตอรี่ยังเต็มเปี่ยม แน่นอนว่าทางเลือกของคนฟิตๆอย่างเราคือจักรยาน เกาะเล็กๆแค่นี้ไม่คณามือ (เท้า) พี่หรอก จะปั่นๆๆๆให้รอบเลยคอยดู๊!! ภาพตัดมา ปรากฏว่าคนฟิตๆคนนั้นปั่นไปได้ไม่กี่กิโลก็หอบจับ แดดมันร้อนนัก แถมถนนเป็นเนินชันมากกกก ถึงจุดนึงต้องสละจักรยานโบกมอเตอร์ไซค์ที่สต๊าฟโรงแรมขับผ่านมาพอดีให้พาขึ้นเนิน แล้วปล่อยจักรยานเป็นภาระให้สามีควบสอง เอ็นดู๊วว์ในความเสียสละของฮี และแอบละอายใจอยู่ไม่น้อย

รู้ตัวแล้วว่าจักรยานไม่รอด วันถัดมาจึงผันตัวเข้าวงการไบเกอร์ ขับเองเหรอ? ป๊าวว สามีขับเรานั่งซ้อนเฉยๆ 555 วันนี้เราแว๊นกันไปเรื่อยเปื่อยโนแพลนโนแผนที่ หิวปุ๊บก็จอดแวะกินร้านชาวบ้านมุสลิมใกล้ๆ เท่าที่สังเกตุดูมอเตอร์ไซค์เป็นอ๊อปชั่นที่ชาวเกาะเลือกใช้สัญจรกันมากที่สุด

อีกวันเราอยากเจาะลึกกว่าเดิมจึงเลือกเหมารถสองแถว โดยแชร์ค่าใช้จ่ายกับแขกของโรงแรมอีกสองคน ค่อยดูมีเป้าหมายขึ้นมานิดนึง ได้ไปชมศูนย์ทำผ้าบาติก แวะนั่งเล่นที่คาเฟ่สุดชิลล์ และเยี่ยมชมหมู่บ้านริมป่าชายเลน เป็นวันที่สนุกมาก รู้สึกหลงรักเกาะนี้เข้าอย่างจัง ได้เห็นทั้งทุ่งนา ฝูงควาย สวนยาง หมู่บ้านชาวประมง และแก๊งปลาตีน เป็นเกาะเล็กๆที่มีชีวิตชีวาและมีความเรียลแบบบ้านๆที่หาดูยาก ดินแดนแห่งความสงบสุขบนโลกแห่งความวุ่นวายที่แท้ทรู

Being very small the island will not offer much more than that, but you can always arrange a boat trip to one of the nearby smaller islands.

Ko Hong is one of the prettiest little islands in the area, it is very tiny and can only be visited by day trips, its natural lagoon is truly breathtaking and gives the name to the island, Hong means “room” in Thai, and here there is only one way in and out. Nearby islands of Ko Lao Lading and Ko Pak Bia are also worth a stop for the untouched natural beauty and crystal clear water, here you are guaranteed to feel like Robinson Crusoe for a couple of hours.

สำรวจทั่วเกาะจนหนำใจแล้ว เราก็ชวนกันออกทะเลไปสำรวจเกาะเล็กเกาะน้อยรอบๆบ้าง เรือหางยาวพาเราแล่นสู่ทะเลอันดามันทางฝั่งตะวันออกของเกาะ จุดหมายแรกคือ เกาะห้อง (Ko Hong) จุดเด่นของที่นี่คือ อ่าวห้อง หรือลากูนขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยหินผาและป่าโกงกาง มีทางเข้า-ออกเพียงทางเดียว ดูคล้ายกับห้องโถงกว้าง ภายในห้องนั้นน้ำนิ่งสงบ เป็นสีเขียวเทอร์ควอยซ์ใสแจ๋ว และเมื่อดับเครื่องลงเราจะได้ยินเสียงของธรรมชาติรอบตัวอย่างชัดเจน

จากนั้นก็แวะไปเล่นน้ำและพักทานข้าวกลางวันที่เกาะเหลาลาดิง (Ko Lao Lading) หรือเกาะพาราไดซ์ ปะการังที่นี่ไม่สมบูรณ์นักแต่มีน้ำใส หาดทรายละเอียด อุดมไปด้วยป่าและผาหินสวยสมกับชื่อพาราไดซ์ ปิดท้ายทัวร์ล่องเรือ long-tail boat วันนี้ที่ เกาะผักเบี้ย (Ko Pak Bia) เกาะแสนสงบที่มีหาดสวยอีกแห่ง ไฮไลท์คือสันทรายที่แยกทะเลออกเป็นสองฝั่ง ดูสวยแปลกตาไม่เหมือนใคร

Thailand is many things, the powerful energy of Bangkok is one of them and I love it, but I would recommend anybody to experience the truly relaxing vibe of Ko Yao Noi, with its beauty and peacefulness it will not disappoint.

เขียนๆไปยิ่งทำให้อยากกลับไปที่เกาะยาวน้อยอีกครั้ง เกาะขนาดเล็กซึ่งความเจริญยังไม่เข้าถึงมากเท่าไหร่ ตอบโจทย์อย่างดีสำหรับคนที่ต้องการความสงบในการพักผ่อน อยากใกล้ชิดกับธรรมชาติ และสนใจในวิถีชีวิตแบบพอเพียงของชาวบ้าน ถ้าใครมีเวลาอยากให้ลองมาเที่ยวซักหนึ่งอาทิตย์ค่ะ แล้วคุณจะลืมทุกๆเกาะที่เคยไปมาเลยทีเดียว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: