The mix of history and modernity, being the boundary between East and West has clearly been a huge factor in defining the character of this city and its people. It seems to me that this has also been a great inspiration to local chefs bringing ideas from all over the world and create a form of art that I did not expect in this city, but one I clearly appreciate the most: food!

In our three days in Berlin we visited three establishment well known to locals and dedicated visitors, each of them awarded with two Michelin stars, each of them also working hard to put this city in the foodie spotlight. 

จั่วหัวว่าประสบการณ์ 6 ดาวที่เบอร์ลินอาจทำเอาหลายคนสงสัยว่าที่นั่นมีโรงแรมหกดาวด้วยหรืออย่างไร?! อันที่จริงหกดาวที่เรากำลังจะพูดถึงนั้นคือเรื่อง อาหารค่ะ 

ด้วยคาแรคเตอร์ที่แตกต่างทั้งของตัวเมืองและผู้คนที่นี่เราจึงสนใจใคร่อยากลองชิมอาหารเป็นพิเศษ เชื่อสุดใจว่าเชฟสุดยอดฝีมือระดับมิชลินของเมืองขวัญใจชาวฮิปสเตอร์อย่าง Berlin นั้นย่อมต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่ เพื่อเป็นการพิสูจน์สมมุติฐานนั้นคุณสามีจึงปฏิบัติการจองร้านอาหารระดับมิชลินสองดาวสิริรวมสามร้าน ไปสามวันจองสามร้าน กะจะไม่ให้กระเพาะได้พักย่อยกันเลยนะพ่อคู้ณ! 

The first night we booked a table at Reinstoff, a hidden venue that in the summer season was running a special event called Freistoff. The usual formal atmosphere was dropped to leave space to a more “casual” environment, the service more friendly than you would expect in a fine dining restaurant, and the menu (and prices) adapted to cater for a wider audience. A sort of experiment to bring people and families into fine dining venues without making them feel out of context, and without having them worrying about the bill at the end.

The week we visited they run a Latin America inspired menu, not your usual posh restaurant fare but nevertheless delicious and beautifully executed. The friendly waiter recommended some great wines, particularly a Spanish Bierzo red from Bodegas Estafania that I found truly outstanding with the food.

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

คืนแรกเราประเดิมภารกิจที่ร้าน Reinstoff ความน่าสนใจของร้านมิชลินสองดาวแห่งนี้อยู่ที่ในช่วงหน้าร้อน ทางร้านจะมีการจัดอีเว้นท์พิเศษที่เรียกว่า Freistoff โดยในแต่ละวีคจะมีธีมอาหารนานาชาติหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไป วีคที่เราไปนั้นเป็นคราวของอาหารละตินอเมริกา นับว่าถูกจริตยิ่งนัก! ทางบริกรแนะนำให้ลองไวน์แดงจากสเปนที่ผลิตจากแคว้น Bierzo ของ Bodegas Estafania เป็นช้อยส์ที่ไม่ผิดหวังเลยค่ะ อาหารอร่อยๆ pairing กับไวน์แดงรสดี นาทีเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม!

พูดถึงบรรยากาศของร้านนี้ต้องขอชมเชยในเรื่องการตกแต่งร้านและสร้างบรรยากาศให้มีความเป็นกันเอง เรียบง่าย แถมราคาไม่แพงเกินเอื้อม เหมาะกับเป็นมื้อพิเศษสำหรับทุกคนในครอบครัว และสำหรับคู่เรามื้อนี้นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่น่าประทับใจไม่น้อยกับภารกิจตะลุยเก็บดาวมิชลินอินเบอร์ลิน 

The second restaurant we visited is called Facil and it is located inside The Mandala Hotel, in a very luxurious setting with well appointed staff welcoming us as soon as we arrived. It was clear from the entrance that there was no intention to cater for a wider audience as the previous night. This was a fine dining place for real food lovers.

Most people were dressed formally but the waiters did a great job in making the atmosphere relaxed and let the food do the talking. And I can tell you, this went down as one of the most memorable dinners in my life.

The food was superb, the ingredients just outstanding, the cooking techniques… well my list could go on forever. You just need to have a look at the chlorophyll caviar to understand that the chef here means serious business. The real caviar paired with beef tartare was no less impressive. At each course either the chef’s skill or the ingredients themselves would excite me. This place should be on the list for anyone who loves French inspired food.

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ร้านถัดมานั้นมีชื่อที่แปลความหมายได้ว่าง่ายแต่เท่าที่เห็นไม่ใช่งานง่ายเลยค่ะ Facil ตั้งอยู่ในโรงแรมหรูใจกลางเมือง The Mandala Hotel แค่จากทางเข้าก็ทำให้รู้แล้วว่าร้านนี้เขาพิถีพิถันและจัดเต็มในทุกดีเทล เริ่มจากการมี dress code ที่แขกทุกคนต้องแต่งตัวสุภาพตามแบบสากล การตกแต่งร้านที่สวยหรูโรแมนติกราวกับ glass house ในบรรยากาศใต้แสงเทียน บริกรที่ถูกเทรนมาอย่างดี มารยาทและบริการเป๊ะทุกกระบวนท่า แต่ก็แฝงไปด้วยรอยยิ้มและบทสนทนาที่ชวนผ่อนคลาย ทุกอย่างเพอร์เฟคลงตัวซะจนทำเอาเราเผลอยกใจให้เต็มร้อยก่อนจะได้ลองชิมอาหารเสียอีก

มาว่ากันถึงเรื่องอาหารกันบ้าง เชฟไม่ได้ทำให้ความหวังที่ตั้งไว้สูงของเราลดลงแม้แต่น้อย ทั้งรสชาติ การเลือกสรรวัตถุดิบ และเทคนิคการปรุงอาหาร กล้าพูดได้ว่าสุดยอดทุกอย่าง! เราเลือกสั่งเป็น a la carte จานที่ทำให้ทึ่งในความครีเอทของเชฟคือไข่ปลาคาร์เวียร์จำลองที่ทำจาก chlorophyll  กับบีทรูทสีเหลืองเสิร์ฟมาในตลับคาร์เวียร์สีทอง ส่วน beef tartar ที่โรยด้วยคาร์เวียร์ของแท้นั้นก็นุ่มลิ้นไม่แพ้กัน สำหรับใครที่ชอบทานอาหารฟิวชั่นสไตล์ฝรั่งเศส (French inspired food) บอกเลยว่าห้ามพลาดร้านนี้เด็ดขาด และสำหรับเราทั้งคู่นั้น Facil คือหนึ่งในร้าน Top 5 ห้าอันดับร้านสุดโปรดจากบรรดาร้านอาหารมิชลินสตาร์ที่ได้เคยลองชิมมาเลยค่ะ

Our last day we had lunch at Tim Raue, another great restaurant becoming famous thanks to San Pellegrino World’s Best who lately ranked it as n. 48 in the World. A very different kind of place, where the staff wears T-shirts and trainers, the guests are not looking for anything else than delicious Asian inspired food. Tim, the chef, extensively uses bold Asian flavours in its creations, a unique combination of Western and Asian food that manages to really give credit to fusion food. 

As an Asian person myself I am always happy to see local chefs bringing more and more flavours from my land to their tables. A testament that the marriage between East and West, so hardly desired by Berliners in the past, has finally brought the best of both Worlds together. For some it is cultures, for other love, but for the moment just let the food do the talking. 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

วันสุดท้ายเราลองเปลี่ยนมาทานมื้อกลางวันกันดูบ้าง  ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจาก Charlie’s Checkpoint จุดแบ่งเขตแดนของอเมริกาและสหภาพโซเวียตในอดีต Tim Raue คือร้านอาหารฟิวชั่นสไตล์เอเชีย (Asian inspired food) ตั้งชื่อตามชื่อของเชฟผู้เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ ผู้อยากนำเสนอรสชาติแปลกใหม่ที่ผสมผสานโลกตะวันตกและโลกตะวันออกเข้าด้วยกัน คลับคล้ายคลับคลาว่าจะสะท้อนถึงเรื่องราวการรวมตัวของเบอร์ลินตะวันตกและตะวันออกนั่นเอง

บรรยากาศในร้านนั้นดูสบายๆ คอนเซ็ปท์ทุกอย่างเรียบง่าย แม้กระทั่งชุดยูนิฟอร์มของพนักงาน! ร้านนี้บริกรทุกคนสวมเสื้อยืด กางเกงวอร์ม กับรองเท้าผ้าใบในการทำงาน บางครั้งทำเอาเผลอลืมไปว่ากำลังนั่งอยู่ในร้านอาหารระดับมิชลินสองดาว รสชาติอาหารนั้นดีงามถูกปากสาวเอเชียอย่างเราเป็นที่สุด ซอส dashi สไตล์ญี่ปุ่นของเชฟ Tom ยังหอมตราตรึงในทุกคราที่นึกถึง ไหนจะ Peking duck เมนูสุดโปรดที่เสิร์ฟมาในเวอร์ชั่นใหม่ไม่ซ้ำใคร ส่วนขนมพุดดิ้งรูปมังกรก็ได้คะแนนความสร้างสรรค์จากเราไปเต็มๆ จบทริปไปแบบอิ่มท้องและอิ่มอกอิ่มใจ Berlin is full of surprise จริงๆค่ะ 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s