As Christmas is approaching, living in Europe gives me a strong temptation to visit one of those cities where the lights and the markets bring a very special feeling, and the Austrian capital Vienna has always been on that list.

The flight from Italy is very short, and allows for a quick weekend trip, given the compact size of this pretty city on the shores of the Danube river.

043

045

041

086

เผลอแป๊บเดียวจะสิ้นปีอีกแล้ว ได้เวลาฮัมเพลงจิงเกิลเบลเบาๆต้อนรับลมหนาว ย้อนกลับไปเมื่อปี 2015 ปีนั้นเป็นปีแรกที่เราได้ย้ายมาอยู่ยุโรป เลยมีโอกาสได้สัมผัสบรรยากากาศช่วงคริสต์มาสแบบเต็มรูปแบบ ถนนทุกสายเต็มไปด้วยฝูงชน บ้างเดินชมไฟประดับประดา บ้างออกมาทานอาหารมื้อพิเศษ บ้างจับจ่ายซื้อของขวัญสำหรับตัวเองและเพื่อนพ้อง กลิ่นอายแห่งการเฉลิมฉลองปกคลุมไปทั่วทุกอณูเมือง

พอถึงช่วงคริสต์มาส เมืองใหญ่ๆก็มักจะจัดงานอีเว้นท์ประจำปีที่เรียกกันว่า Christmas Market ซึ่งเป็นงานที่เต็มไปด้วยซุ้มขายของและอาหาร พร้อมไฟประดับประดาสุดระยิบวิบวับ โดยมีต้นคริสต์มาสขนาดมหึมาเป็นตัวชูโรง ในยุโรปเองมี Christmas Market ที่ขึ้นชื่อว่าสวยเบอร์ใหญ่ไฟกระพริบอยู่หลายแห่ง ปีนั้นเราได้เลือกไปที่กรุง Vienna ของประเทศเพื่อนบ้าน Austria เป็นการประเดิมคริสต์มาสแรกของเราค่ะ

066

061

071

059

075

050

054

Our hotel of choice was Le Meridien Vienna, ideally located on “The Ring”,  a circular road that embrace the central part of this city, where most historic buildings and museums are located. Location is always very important when choosing our hotel, but considering that Vienna is always ranked among the cities with the highest standard of living in the World, anywhere you choose to stay will be easily connected with fast and efficient public transport.

โรงแรม Le Meridien Vienna อยู่ที่ถนนวงแหวนรอบเมือง หรือ  “The Ring” ถนนที่โอบล้อมศูนย์กลางเมืองเวียนนาเอาไว้ บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของพระราชวัง โบสถ์ อาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่ และพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง จากโรงแรมเดินไปไหนมาไหนใกล้นิดเดียว นับว่าสะดวกมากๆเลยค่ะ แต่ขึ้นชื่อว่ากรุงเวียนนา เมืองท๊อปฮิตติดอันดับโลกในเรื่องคุณภาพชีวิตดี๊ดีแล้วนั้น การเดินทางคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ไม่ว่าคุณจะพักอยู่ในย่านไหน เพราะระบบการคมนาคมขนส่งของเขานั้นจัดว่าดีไม่มีเป็นสองรองใคร

038

035

034

032

As soon as I arrived it was clear that this beautiful city not only was clean and organized, but also had so much history to show, after all those years as the capital of the Austro-Hungarian Empire, when it was a major political and cultural centre in Europe.

ความประทับใจแรกเมื่อมาถึง คือการที่เห็นบ้านเมืองสะอาดและทุกอย่างดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก ตึกรามบ้านช่องก็ใหญ่โตโอ่อ่า ดูเป็นเมืองที่คลาสสิค สวยงาม มีอารยธรรม ตอกย้ำถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตกาลของอาณาจักร Austro-Hungarian ได้เป็นอย่างดี ยอมรับว่าสมราคาคุยค่ะ

167

173

170

171

140

165

177

180

Visiting the Kunsthistorisches Museum was a great introduction to this city, but to be honest I was more interested in enjoying the Christmas markets and the festive atmosphere than becoming an expert in Viennese art and culture.

แค่เพียงสิบนาทีจากโรงแรม เราก็เดินไปถึง Kunsthistorisches Museum พิพิธภัณฑ์ที่ชวนให้หลงใหลตั้งแต่ได้เห็นตัวอาคารด้านนอก ส่วนด้านในนั้นบอกเลยว่าสุดอลัง เหมือนได้ย้อนยุคกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน เราชอบห้องที่รวบรวมภาพเขียนสีน้ำมันสไตล์ caraviaggio (ศิลปะในยุค Baroque มีจุดเด่นในการเล่นแสง) ที่ดูสวยลึกลับ และห้องประวัติศาสตร์ของ Egypt ที่มีโลงศพของมัมมี่วางเรียงรายหลากหลายแบบ (แอบมีรสนิยมโหดนิดหน่อยค่ะ)

120

121

122

124

125

135

On our first night we visited Zum Schwarzen Kameel or “Black Camel”, an historical restaurant dating back to 1618; dining there is a step back in time, and it was incredible to realize this place had been serving customers for 400 years; I wonder how many stories and characters walked through those doors in so many years.

The manager seemed to be straight out of a museum, with his traditional dress and unbelievable mustaches, but somehow he fit perfectly in this kind of place; I wonder if his great-great-grandfather was serving customers the same way over a hundred years ago. As we left he gave me a business card, and I found out he’s got an IG account with many followers; so despite his look he’s clearly trying to keep up with the modern generations.

ร้านอาหารที่แนะนำว่าไม่ควรพลาด ได้แก่ Zum Schwarzen Kameel ที่มีความหมายว่า “อูฐดำ” เป็นร้านอาหารเก่าแก่ดั้งเดิมที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี คศ. 1618 (แค่ 400 กว่าปีเองค่าาา) เนิ่นนานจนชวนให้สงสัยว่าที่ผ่านมามีลูกค้าจำนวนมหาศาลแค่ไหน และมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นที่นี่บ้าง และแน่นอนว่าร้านดังขนาดนี้ต้องจองโต๊ะล่วงหน้าเท่านั้นค่ะ อย่าหวังจะ walk-in เข้ามา ส่วนใครที่มาแล้วไม่มีโต๊ะนั่ง หรือแค่อยากแวะเข้ามาดื่มเบาๆพร้อมชมบรรยากาศ ทางร้านเขาก็ทำส่วนบาร์ไว้รองรับ ตอนที่เราไปเป็นคืนวันศุกร์เห็นหน้าบาร์คนเบียดแน่นจนล้นออกมานอกร้าน เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่นักท่องเที่ยวเท่านั้นน่ะสิคะ ได้ยินมาว่าร้านเขาก็ป๊อบปูล่าในหมู่ชาวเมืองเวียนนาไม่เบา นอกจากความเก่าแก่ของร้าน ผู้จัดการประจำร้านก็ดูเก๋าไม่แพ้กัน คุณลุงอยู่ในชุดสุดวินเทจบวกกับหนวดเคราทรงเก๋ จึงดูราวกับหลุดมาจากรูปปั้นยุค  Austro-Hungarian ที่เพิ่งเห็นใน museum เมื่อครู่ แถมคุณลุงเขามี IG account ให้ตามฟอลโล่วด้วยนะเออ แค่เห็นหนวดก็รู้แล้วว่าพี่แกไม่ธรรมด๊า

185

189

192

193

194

197

201

Another landmark that made the history of this city is the Hotel Sacher, where the legendary Sacher Torte (chocolate cake with apricot jam) was created; being a sweet lover myself, I could not miss the chance to try the real original version in their restaurant.

To my surprise, although the Sacher Torte was actually pretty good, I was more impressed by the Wiener Schnitzel, the local veal escalope that quickly became my dish of choice in Austria.

ส่วนอีกที่ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ คือ Hotel Sacher ชื่อคุ้นๆกันไหมคะ? ใช่แล้วค่ะ ที่นี่คือต้นกำเนิดของ Sacher Torte เค้กชื่อดังของออสเตรียที่ให้เกียรติตั้งชื่อตามโรงแรม Sacher Torte คือเค้กช็อคโกแลตไส้แยมแอปริคอท รสจึงออกเปรี้ยวนิดๆ เสิร์ฟพร้อมกับครีมสดเพื่อเพิ่มความหอมมัน มีขายทั้งในคาเฟ่และห้องอาหารของโรงแรม ถ้าที่คาเฟ่สามารถซื้อใส่กล่องกลับบ้านได้ค่ะ ส่วนคู่เราจองมื้อกลางวันที่ร้านอาหาร Rote Bar หนึ่งในสองห้องอาหารของโรงแรมเอาไว้ ห้องนี้เป็นห้องอาหารขนาดเล็กมีเพียงแค่ 6-7 โต๊ะ ตกแต่งด้วยคอนเซ็ปต์ “จะถูกจะแพงขอแดงไว้ก่อน” เฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน และของตกแต่งทุกอย่างจึงเป็นสีแดงสด ความหะรูหะรามาเต็ม จะแพ้ก็แค่ล๊อบบี้ของโรงแรมเท่านั้น

เมนูประจำชาติออสเตรียที่ต้องลิ้มลอง คือ Wiener Schnitzel หมูชิ้นใหญ่ทุบให้บางแล้วเอาไปชุบแป้งทอด เวลากินแค่บีบมะนาวนิดหน่อยก็อร่อยเหาะ เคยกินที่อื่นแต่ไม่หอมนุ่มเหมือนที่นี่ ฝีมือต้นตำรับยังไงก็ต้องเด็ดสุดอยู่แล้วนี่เนาะ

281

296

131

084

092

094

116

204

205

During the day we spent most of our time walking and exploring the city, the State Opera house is very impressive and I would love to attend one of their shows one day; the Imperial Palace a reminder of the glorious past of this city; the magnificent Stephansplatz a spiritual Gothic cathedral where Mozart got married. My favourite time was at night though, the city had totally different perspective once it got lit up. 

ในแต่ละวันเราพากันเดินวนเวียนในเมืองเพื่อชื่นชมอาคารและสถาปัตยกรรมต่างๆอย่างไม่รู้เบื่อ ตึกโรงละครโอเปร่า State Opera house ตั้งตระหง่านอยู่ริมถนน เสียดายที่ยังไม่ได้มีโอกาสเข้าไปชม (ติดไว้คราวหน้า) Imperial Palace หรือ พระราชวังอิมพีเรียลนั้นช่างดูกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา Stephansplatz โบสถ์โกธิคเลื่องชื่อที่เปรียบเสมือน landmark ของเมืองเวียนนา ก็ดูสวยโดดเด่นจนกลบรัศมีของตึกอื่นๆในบริเวณ เขาเล่าว่า Mozart นักดนตรีอัจฉริยะผู้อาภัพก็ได้เข้าพิธีสมรส ณ โบสถ์แห่งนี้ ช่วงกลางวันว่าสวยแล้วเรากลับชื่นชอบช่วงกลางคืนมากกว่า ไฟประดับประดาที่ประโคมเปิดในช่วงคริสต์มาสส่งให้เมืองดูสวยผิดตาไม่ต่างอะไรจากเมืองในเทพนิยาย

095

100

112

107

108

Walking along the river, and looking at all the people jogging or riding the bike, also gave me an insight on the local way of life in this city.

An interesting spot is Hundertwasserhaus, a very extravagant apartment block designed by the local expressionist artist Hundertwasser, a pretty unique place to live, but the amount of tourist taking pictures just outside the window would put me off living there, I think.

วันถัดมาพากันนั่งรถไฟออกมาไกลหน่อย มาแถวๆเลียบแม่น้ำดานูบ เห็นชาวเมืองจูงสุนัขออกมาเดินมาวิ่ง เป็นภาพวันอาทิตย์สุดสัปดาห์ที่ดูสบายๆดีค่ะ แต่จุดหมายที่แท้จริงที่เราตั้งอกตั้งใจมายลให้เห็นเป็นบุญตานั่นคือ Hundertwasserhaus อพาร์ทเมนท์เก่าที่ได้รับการออกแบบและรีโนเวทใหม่จนงามไฉไล โดยศิลปินชื่อดังชาวพื้นเมืองนามว่า Hundertwasser เขาเป็นผู้ที่มีฝีมือโดดเด่นในการสร้างสรรค์งานศิลปะแบบ expressionist (ศิลปะแขนงที่แสดงถึงพลังอารมณ์) สำหรับเราทริปนี้แค่ได้มาเห็นตึกนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าคุ้มเวลาแล้วล่ะค่ะ 

และรู้หรือไม่ว่าที่อพาร์ทเมนท์นี้มีคนอยู่อาศัยจริงๆด้วยนะคะ ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะรำคาญนักท่องเที่ยวบ้าถ่ายรูปอย่างเราๆที่ยกขโยงกันมาไม่เว้นแต่ละวันกันบ้างรึเปล่า คงแปลกพิลึกที่เปิดหน้าต่างมาก็เจอผู้คนมายืนออถ่ายรูปบ้านตัวเองอยู่ทั้งวัน จะตากผ้าหรืออะไรที่ระเบียงก็คงต้องคิดนิดนึง

ในบริเวณใกล้เคียงยังมีสิ่งก่อสร้างที่ออกแบบโดยนายคนนี้อีก 2-3 แห่ง ด้วยค่ะ หาเจอทีก็กรีดร้องดีใจที ยังกับเล่นเกมส์ตามล่าหาขุมทรัพย์ คุณสามีได้แต่ยืนงงและส่ายหัวกับอาการอินศิลปะจนเกินงามของภรรยา

220

231

225

222

233

237

243

247

249

215

While living in Rome, I became friend with a German girl living in Vienna, so it was great to meet her for dinner and drinks on Saturday evening. The city was buzzing with people, the atmosphere was fantastic thanks to all those lights and everybody seemed to enjoy a walk with their partners, a few drinks with friends or a dinner with colleagues.

We went to “The Loft” rooftop bar of the Sofitel Vienna Stephansdom, just across the river, where the only thing to distract me from the great view over the city were the amazing cocktails made by the barman. This rooftop bar was covered by glass windows and a very artistic ceiling, so the freezing temperature outside were not an issue at all.

สมัยที่เรียนภาษาที่โรมเรามีเพื่อนสาวชาวเยอรมันอยู่หนึ่งคน นางเด็กกว่าเราหลายขุมขอเรียกว่าเป็นรุ่นน้องน่าจะเหมาะกว่า น้องเขากำลังเรียนมหาวิทยาลัยที่เวียนนาอยู่พอดี เราจึงนัดพบปะสังสรรค์กันตามประสาคนชอบเฮฮาปาร์ตี้ คืนนั้นเป็นคืนวันเสาร์ก่อนวันหยุดยาวช่วงคริสต์มาส บรรยากาศจึงคึกคักเป็นพิเศษ คนแน่นขนัดทุกบาร์ทุกร้าน เสร็จจากทานข้าวแถวๆโบสถ์เราก็เดินข้ามสะพานไปที่โรงแรม Sofitel Vienna Stephansdom ซึ่งอยู่ที่ริมแม่น้ำอีกฝั่ง ชั้นบนดาดฟ้าของที่นั่นเปิดเป็นบาร์ชื่อ “The Loft” เป็นหนึ่งในสถานที่ hang out สุดฮิปของชาวเวียนนา

ฝากเสื้อโค้ทไว้ที่ด้านล่างแล้วก็กดลิฟท์ขึ้นไปอย่างไม่รอช้า ภาพที่เห็นคือห้องใหญ่ที่มีกระจกใสรอบด้านและเพดานที่จัดเต็มแสงสี LED แบบไม่เสียดายค่าไฟ ขณะนั้นเป็นเวลาเที่ยงคืนแต่คนแน่นมากกกกค่ะ นั่งเต็มทุกโต๊ะ มนุษย์ปาร์ตี้เมืองนี้แต่งตัวกันแซ่บๆทั้งนั้น เราสามคนใช้เคล็ดวิชาเบียดเสียดแบบหน้าตาเฉยจนได้มาซึ่งมุมเล็กๆที่เคาน์เตอร์บาร์ Bartender หนุ่มเข้ามาทักทายพร้อมแนะนำว่าสาวสวยเก๋เปรี้ยวชิคอย่างเรา (อันหลังเติมเอาเอง ฮ่าาา) ต้องดื่มสิ่งนี้ที่เรียกว่า French Martini เท่านั้น!! จัดสิคะรออะไร รสละมุนติดใจจนต้องสั่งเบิ้ลอีกแก้วเลยทีเดียว

214

208

210

212

213

The time flew very quickly, and despite the city being relatively small compared to other European capitals, there is no shortage of things to do or historical sites to discover. Some cities are great to visit as a tourist, others are great to live and enjoy, not many can claim to tick both boxes, but Vienna is definitely one of them.

อำลาเวียนนาด้วยอาการ hangover นิดๆพองาม ถือเป็นเมืองหลวงไซส์เล็กที่หลอมรวมเอาสิ่งบันเทิงและความทันสมัย เข้ากับหน้าประวัติศาสตร์ของอาณาจักรที่เกรียงไกรที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปได้อย่างลงตัว ส่วนตัวคือชอบมากๆๆๆๆๆๆ ใส่ไม้ยมกล้านตัวเลยค่ะ เป็นเมืองที่คิดว่าถ้าได้มาอาศัยอยู่ต้องสนุกแน่ๆ เอายังไงดีล่ะทีนี้ เปลี่ยนสามีตอนนี้ยังทันไหมน้อ? 5555

 

2 comments

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s