Last summer in Rome was scorching hot and living right in the centre it was hard to find the motivation to go out and face those extreme temperatures.

The best solution was to jump on yet another flight to some Mediterranean Island and after Ibiza and Kos our destination of choice was Majorca (Mallorca in the local language) , the biggest of the four Balearic Islands. This island has been popular with tourist for many years and attracts every year several millions of them, mainly from Germany and England, making it possibly the most popular summer destination in the whole of Europe.

หน้าร้อนที่ยุโรปนี่มันร้อนจริงๆค่ะ รับรู้ได้ถึงพลังความสตรองของรังสี UV ตั้งแต่ A, B, C, D ไปจนถึง Z  มิแปลกใจที่มาถึงฤดูนี้ทีไรฝรั่งเขาถึงโหยหาถึงทะเลกันนัก ช่วงหน้าร้อนปีก่อนตอนอยู่ที่โรมก็เช่นกัน แค่เดินไปจ่ายตลาดใกล้ๆก็เหงื่อโชกแล้ว เราจึงแท๊กทีมกะคุณสามีหนีจากเมืองกรุงมุ่งสู่เกาะกันเป็นว่าเล่น เรียกได้ว่าทุกวันหยุดที่มีคือยอมพลีให้ทะเลล้วนๆ เริ่มด้วยเกาะ Ibiza (สเปน) ถัดมาคือเกาะ Kos (กรีซ) แต่ก็ยังไม่หนำใจพอ เลยต้องไปย้ำอีกทีที่เกาะ Majorca (สเปน) ก่อนที่จะอำลาหน้าร้อน 2015 ไปอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง

เคยเกริ่นถึงไปแล้วว่าเกาะ Majorca (มายอร์ก้า) หรือที่ชาวเมืองเรียก Mallorca คือพี่ใหญ่ในหมู่เกาะ Balearic ของสเปน ด้วยขนาดใหญ่โตกว่าเพื่อน รองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก เกาะนี้จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตอันดับหนึ่งของยุโรปในช่วงซัมเมอร์ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากอังกฤษและเยอรมันดูเหมือนว่าจะชื่นชอบที่นี่เป็นพิเศษ

img_7981

img_7979

As soon as you leave the airport, tourist buses and big crowds will remind you that mass tourism is big business here; however we can always find some nice space for ourselves so our choice of accommodation would be a rural hotel towards the north of the island, the quiet Agroturismo Son Pons. The huge bedroom was very comfortable and the lovely pool in the garden the perfect place to relax.

From there we could explore more of the island with our rental car, although we soon found that being much bigger than other islands we visited it did take considerable time and distance to explore the different beaches and towns.

ออกจากสนามบินมาก็เจอรถบัสที่มาจอดรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล เราถึงกับงงว่าคนมันจะเยอะอะไรได้ขนาดนี้ มากันเป็นกรุ๊ปทัวร์เลย พอได้รถเช่าเรียบร้อย เราก็ขับหนีความวุ่นวายมุ่งหน้าไปสู่ที่พักในเมืองชนบทอันเงียบสงบตามสไตล์ที่เราโปรดปราน

Agroturismo Son Pons คือโรงแรมสองชั้นขนาดเล็กซ่อนตัวอยู่ในสวนมะกอก เราได้ห้องพักชั้นบน ขนาดกว้างขวาง โอ่โถง พร้อมกับวิวสวนมะกอกด้านหลังตัวโรงแรม บรรยากาศเงียบสงบผิดกับที่สนามบินเมื่อซักครู่ ใกล้กับสวนมีสระว่ายน้ำเล็กๆที่มีต้นส้มอยู่ริมสระ นอกจากความเก๋แล้วเจ้าต้นส้มยังให้ร่มเงาเป็นที่หลบแดดชั้นดีอีกด้วย บ่ายวันนั้นเราเลยอาศัยนอนพักผ่อนอ่านหนังสือ สลับกับเล่นน้ำสระเพื่อเป็นการวอร์มอัพก่อนไปทะเล๊ทะเล

img_7982

img_7983

img_7984

The closest to our town was Port de Pollensa, with many bars and seaside restaurants, a nice and relaxed place, however with that touristy feeling that we normally try to avoid while travelling. Next to it, the old town of Alcudia was much prettier, with historic feeling and a Sunday market that helped to create some atmosphere. It started to become pretty crowded towards lunchtime, so we tried to hit the nearby beach.

Unfortunately the long stretch of sand was so crowded we could not find much space for ourselves, and the huge hotels in the area were a stark contrast to the cozy feeling of the old town.

ตกเย็นเราแวะไปเดินเล่นเมืองชายทะเลที่อยู่ไม่ไกลจากที่พัก เมือง Port de Pollensa เป็นเมืองท่าที่ป๊อบปูล่าอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว เพราะมีทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และบาร์น้อยใหญ่ให้เลือกมากมายตลอดชายหาด บรรยากาศคึกคักทีเดียวค่ะ แต่เราแอบไม่ชอบคนเยอะๆแย่งกันกินแย่งกันเที่ยว เลยไม่ค่อยจะปลื้มสักเท่าไหร่

982

img_7991

img_7989

img_7988

อีกวันเราตั้งใจจะไปกระโดดลงทะเลดับร้อน จึงมุ่งหน้าไปที่เมือง Alcudia ซึ่งเป็นเมืองเก่าที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์น่าสนใจ และมีทะเลสวยอยู่ไม่ไกล วันอาทิตย์เขามีตลาดนัดในเมือง ก่อนไปทะเลเลยขอแอบแว่บไปเดินเล่นชมเมืองนิดนึงค่ะ จิบกาแฟ กินเค้ก เดินช้อปพอหอมปากหอมคอ เราก็ขับต่อไปที่หาดใกล้ๆ แต่เชื่อไหมคะว่า กว่าจะหาที่จอดรถได้แทบคลั่ง พอเดินไปถึงหาดยิ่งตกใจเป็นทวีคูณกับภาพของมวลมหาประชาชนออนเดอะบีช เป็นหาดที่ยาวมากแต่ก็แน่นไปทุกอณู ยิ่งกว่านั้นเตียงผ้าใบต่างถูกล็อคถูกจองไว้หมดแล้ว!! เพิ่งรู้ว่าเตียงผ้าใบที่หาดนี้สามารถจองผ่านนายหน้าเป็นเวลาหลายวันต่อกันได้ ถึงตัวเราไม่ไปแต่ก็ล็อคเก้าอี้ไว้ไม่ให้ใครมาใช้ได้  Oh my บุ๊ดด้า แบบนี้ก็ได้เหรอ?! เจอแบบนี้เราเลยต้องขอเซย์กู๊ดบาย และปฏิญาณตนว่างวดหน้าต้องไม่ลืมพกร่มชายหาดของตัวเองมาด้วย ชาตินี้จะไม่ของ้อเตียงผ้าใบอีกต่อไป พูดเลย!

img_7992

img_7993

Farther out, we struggled to find a beach of our taste, one was so busy it was impossible to park the car anywhere near, another was very rocky and the water didn’t look so great either. Luckily, we found a lovely restaurant serving cold sangria and a great paella, probably it was our destiny to avoid the beach today and enjoy some food instead.

ยังคงพยายามขับหาหาดต่อไป วันนี้ชั้นจะต้องโดนเกลียวคลื่นซัดสาดให้จงได้!! แต่ทว่า.. หาดถัดมาก็ไม่สามารถแม้แต่จะหาที่จอดรถได้ (เศร้าแพร้พ) เห้ยจะมานั่งเศร้าแล้วได้อะไร ไปต่อสิคะ ขับต่อมาคราวนี้เจอหาดขนาดเล็กสวยสงบดีค่ะ แต่เป็นหาดที่อุดมไปด้วยโขดหินและแง่งต่างๆ แงๆๆๆ คือมันไม่ใช่อ้ะ เค้าอยากโรยตัวบนหาดทรายนุ่มนิ่ม มาถึงนาทีนี้คงต้องยอมรับความปราชัย มันคงไม่ใช่วันแห่งทะเลของสองเราสินะ.. ยืนไว้อาลัยสักพัก พอทำใจได้จึงเดินขึ้นมานั่งร้านอาหารบนเนินใกล้ๆ สั่งข้าวผัดสเปน paella สีดำ กับแชงเกรียแก้วโตมาดื่มย้อมใจ กินไปปากดำไปดูวิวทะเลไป พอท้องอิ่มความโมโหก็เจือจางโดยมีความปล่อยวางเข้ามาแทนที่ กลับไปเล่นน้ำสระที่โรงแรมแบบไม่ต้องแย่งชิงกับใครก็ดีเหมือนกัน ชิส์!

991

992

img_7999

img_7998

For the following day, we decided to make some research so we drove all the way down to the southern part of the island to enjoy some beach time at Es Trenc. It took us over an hour drive but it was worth the trip, the beach was indeed pretty and despite the popularity it didn’t feel too crowded. Probably the fact it lies in a protected area without big hotels next to it helped to make it our one and only enjoyable beach for the trip.

แพ้ศึกครานี้เราเลยต้องกลับมาวางกลยุทธ์กันใหม่ วันถัดมาเลยได้นอนชิลล์ออนเดอะบีชสมใจ แต่ก็แลกมาด้วยการขับรถไปเป็นชั่วโมงๆ (อย่างเพลียคร่า) หาด Es Trenc เป็นหาดยาวที่ไม่อยู่ใกล้เมือง และไม่มีโรงแรมหรือบังกะโลใดๆอยู่ริมหาด จึงทำให้ไม่พลุกพล่านเท่าหาดดังเจ้าอื่นๆ ที่ชายหาดมีเตียงผ้าใบวางเรียงรายพร้อมร่มให้เช่านอนหลบแดด (ค่อยยังชั่ว!) ได้สูดดมกลิ่นทะเล ได้ฟังเสียงคลื่นบอกซู่วๆ อ่าา นี่แหละ ความสงบ ความนุ่มเท้า และความเปียกๆเค็มๆที่โหยหา

img_8030

img_8031

img_8032

img_8033

What Majorca did not deliver in beach experience, it certainly made up in great rural scenery and top-class dining options.

One evening we stopped at the posh harbour town of Puerto Andratx to have a drink before our late dinner booking; this town was the perfect place to enjoy the sunset, with many bars facing the natural harbour and the sailing boats. By luck we arrived as a local festival was starting, with different drumming bands walking the street, each with their own shirt color and music beat.

ถึงจะมีประสบการณ์ไม่สู้ดีนักกับทะเล แต่ต้องยอมรับว่าเกาะนี้ยังมีดีอย่างอื่นที่พอชดเชยกันได้ Puerto Andratx คือเมืองท่าอีกแห่งที่เราแวะไปเพื่อชมพระอาทิตย์ตก เราเลือกนั่งที่บาร์ริมทะเล  มีนักดนตรีเกากีตาร์บรรเลงเพลงเคล้าเบาๆ ผืนทะเลตรงหน้าที่มีเรือจอดอยู่เต็มไปหมดสะท้อนประกายแดดสีทอง  เรานั่งจิบไวน์ คุยสัพเพเหระกับคุณสา มองดูพระอาทิตย์ค่อยๆเคลื่อนตัวลงอย่างช้าๆจนลับไปหลังเนินเขา บรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติกมากค่ะ อ้อ แล้วตอนที่เราไปถึงทางเมืองน่าจะมีงานเทศกาลอะไรสักอย่าง มีการแห่ขบวนที่แต่ละกลุ่มจะใส่เสื้อสีต่างกัน สลับกันมาเดินพาเหรด ตีกลอง ร้องรำ สร้างความบันเทิงให้ชาวเมืองที่ยืนรอดูตลอดเส้นถนน

img_8001

img_8009

img_8010

img_8004

Majorca is the only island among the Balearic to host some Michelin-starred restaurants, so we were pretty curious to try one of them and booked a table at Zaranda, hosted in the courtyard of Castell Son Claret. I cannot feel happier about our choice, the road that leads you to the hotel, especially arriving just after sunset, is truly stunning; the atmosphere from the moment we entered the property was just perfect. The food as well was pretty impressive, their creativity with fish dishes is not easy to find anywhere, and their “pork three ways” signature dish was sublime. I later found out that this restaurant got their second Michelin star the following edition, well done to the staff for this achievement.

นอกจากจุดชมวิวสวยๆ ร้านอาหารที่เกาะนี้ก็อร่อยๆเยอะค่ะ มายอร์ก้าเป็นเกาะเดียวในหมู่เกาะบาเรอาลิคที่มีร้านอาหารได้รับดาวจากมิชิลินไกด์ เราจองดินเนอร์ไว้ตอนสามทุ่ม ที่ร้าน Zaranda ซึ่งตั้งอยู่ส่วนกลางที่เปิดโล่งของปราสาทเก่าที่ได้ถูกดัดแปลงมาเป็นโรงแรม Castell Son Claret แค่ประตูทางเข้าก็ทำเอาเราใจเต้นแล้วค่ะ มองเข้าไปจะเห็นถนนเส้นยาว สองข้างทางเป็นสวนสวยที่มีต้นปาล์มเรียงขนาบ มีปราสาทอยู่ที่ปลายทาง ยิ่งประกอบกับฉากหลังของฟ้าสีส้มระเรื่อหลังพระอาทิตย์ตกหมาดๆด้วยแล้ว มันช่างงดงามราวกับฉากในเทพนิยายเลยค่ะ

ตอนที่เราไปทานปีที่แล้วร้านมีอยู่หนึ่งดาวจากมิชิลิน มาปีนี้ได้รับเพิ่มอีกดวงกลายเป็นสองดาวค่ะ ฉะนั้นคงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณว่าอาหารดีงามขนาดไหน ที่เราปลื้มที่สุดเห็นจะเป็นขนมจานสุดท้ายที่เป็นเชอร์เบทรสมะนาวเสิร์ฟมาในลูกมะนาว แถมเสิร์ฟมาพร้อมควันดรายไอซ์ ดูฟรุ้งฟริ้งเลอค่า และ ensaïmada ขนมปังชื่อดังพื้นเมืองที่เป็นรูปก้นหอย สอดไส้หมูฝอยๆรสชาติเหมือนหมูหยองน้ำพริกเผา ที่ทางร้านให้เป็นของแถม (ขอยืนยันอีกครั้งว่ารสชาติเหมือนหมูหยองน้ำพริกเผาจริงๆนะ 555) มื้อนี้จบที่เวลาเที่ยงคืนกว่าๆ เป็นการเสิร์ฟอาหาร 3 คอร์สที่กินเวลายาวนานมากกกก (สงสัยสไตล์สแปนิชกินข้าวดึก ชิลล์ๆไม่รีบร้อนไรงี้) นี่เอาจริงๆตอนรอขนมก็เกือบจะเผลอหลับไปเหมือนกันนะ ฮ่าาา

The last night we dined closer to our hotel, near the town of Pollensa, and after dining at Zaranda the previous night we had high standards about food. The restaurant at Hotel Son Brull (Relais & Chateaux) did match and exceed our expectations! The restaurant is facing the infinity pool and the lovely countryside, making it a perfect spot for a chilled-out dinner. The use of amazing local ingredients adds to the genuine desire of the chef to let the guests enjoy the best of Majorca, including great local wines.

ติดใจกับอาหารรสเลิศ คืนสุดท้ายเลยมาจัดอีกรอบที่ร้านอาหารในโรงแรม Hotel Son Brull ในเครือของ Relais & Chateaux ร้านอาหารตั้งอยู่ด้านนอกใกล้ๆสระว่ายน้ำ จากสระจะเห็นวิวของไร่องุ่นและภูเขาแบบพาโนราม่าด้วยค่ะ เป็นอีกโรงแรมที่ตกแต่งสวยอลังและมีที่ตั้งทำเลดีมาก แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติป่าเขาแสนสงบ อาหารที่นี่พูดได้เลยว่าไม่แพ้ร้านที่มีดาวค่ะ รสชาติดี ความครีเอทีฟเยี่ยม แมทต์กับไวน์แดงพื้นเมืองอร่อยๆ ฟินหนักกันไปอีกมื้อ

I think it is best to enjoy Majorca out of the peak season as a beach destination, but the variety of things to do, and the buzzing capital city of Palma de Mallorca which I promised myself to explore next time, are the proof that this island has so much more to offer to those willing to explore.

จากที่ตั้งใจจะตะลุยบีช กลายเป็นได้ตะลุยกิน และได้ใช้เวลาแถวชนบทซะส่วนใหญ่ เกาะมายอร์ก้าช่างใหญ่โตและมีอะไรให้ค้นหามากกว่าที่คิดไว้ ใครที่ชอบไปเที่ยวทะเลแต่ไม่ได้อยากนอนแช่อยู่ริมทะเลทุกวันน่าจะชอบที่นี่นะคะ เรามีเวลาน้อย ยังซอกแซกไปได้แค่ไม่กี่เมืองเอง เมืองหลวง Palma de Mallorca ก็ยังไม่ได้เห็น จึงขอทดไว้ในใจ คราวหน้าจะต้องกลับมาสำรวจเจาะลึกให้ถึงกึ๋นกว่านี้แน่นอนค่ะ

2 comments

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s