I’ve just realized the true meaning of Rio de Janeiro: that is the “River of January”, a very interesting name and  story behind.

Most tourists will pick up a location in the southern part of the city, by the beach: either Ipanema or Copacabana. It would be a shame to spend all your time in the same area though, since each neighborhood in Rio has its unique feeling and vibe. So we never stopped exploring…

อย่างที่เกริ่นคราวก่อนว่าเมืองริโอนั้นมีความหลากหลายน่าสนใจจริงๆ ถึงแม้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะปักหลักอยู่ที่ทางใต้ของเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของหาดดังสองหาด Ipanema กับ Copacabana แต่ขอการันตีเลยว่าย่านอื่นๆก็มีจุดขายและสเน่ห์ดึงดูดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ส่วนที่มาของชื่อเมืองริโอก็น่าสนใจไม่น้อย ว่ากันว่าเนื่องจากนักสำรวจชาวยุโรปได้ค้นพบเมืองนี้ตอนเดือนมกราคมและคิดว่ามันคือปากแม่น้ำ เลยเรียกชื่อเมืองนี้ว่า The River of January ซึ่งในภาษาสเปน/โปรตุเกสคือ Rio de Janeiro นั่นเอง

img_5169

I loved the area around the Lagoa Rodrigo de Freitas, with the Botanic garden and the charming little park Parque Lage.

Inside this park there is an old colonial mansion converted into a Visual Arts School, full of artists displaying their crafts. The mansion is truly a tropical oasis surrounded by the lush gardens and the beautiful background of the Christ. Inside the mansion is even more stunning, the inner courtyard with a green pond in the middle and a colonial café on one side. Some people were sitting around the pond chitchatting while soaking up the sun, while some others were drinking and eating at the café. We ordered a jar of sangria with a healthy choice of Nicoise salad. How blessed we felt finding this hidden gem of Rio.

img_5170

img_5174

img_5173

img_5171

แถวย่าน Lagoa Rodrigo de Freitas มีสวนสาธารณะถึงสองแห่ง เราแวะไปเดินเรียกน้ำย่อยที่ Botanical garden ก่อนจะไปที่หมายที่เรารบเร้าถามสามีทุกวันว่าเมื่อไหร่จะได้ไปที่นี่ซะที (ฮ่าๆ) มันคือสวน Parque Lage สวนสาธารณะขนาดไม่ใหญ่โตแต่สเน่ห์ของมันช่างตราตรึง

ภายในสวนเป็นที่ตั้งของแมนชั่นสไตล์โคโลเนียลหลังหนึ่ง เหมือนเป็นโอเอซิสอยู่ท่ามกลางป่าเขียว ด้านหน้ามีสวนหย่อมและน้ำพุ และมีฉากหลังเป็นวิวรูปปั้นพระเยซูอยู่บนยอดเขา โลเกชั่นคือดีงามในสามโลก! พอเดินเข้าไปด้านในยิ่งทำให้ตกตะลึงเข้าไปอีก จตุรัสกลางอาคารเปิดโล่งไม่มีหลังคา ทำให้เห็นแบ็คกราวน์สวยเฉกเช่นด้านนอก มีสระน้ำสีเขียวมรกตขนาดเล็กอยู่ตรงกลาง ช่วงนั้นมีแดดอ่อนๆส่องลงมาพอดี บรรยากาศดูราวกับเมืองบนสวรรค์ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุข ผู้คนนั่งกันอยู่รอบๆสระ ต่างพูดคุยกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม บ้างก็นั่งดื่มและทานอาหารอยู่ที่คาเฟ่ที่อยู่อีกด้านหนึ่ง ตามมุมอาคารมีศิลปินมาออกบู๊ธแสดงผลงานอาร์ตของตัวเอง น่าจะเป็นนักเรียนของที่นี่ ทราบในภายหลังว่าแมนชั่นนี้ส่วนหนึ่งได้ถูกปรับปรุงและเปิดเป็นโรงเรียนสอนศิลปะแขนง visual arts รู้สึกปลื้มปิติมากที่ได้มาเยือนและใช้เวลาช่วงกลางวันนั่งทานอาหาร ณ แมนชั่นโคโลเนียลแห่งนี้ นับเป็นเพชรเม็ดงามที่ซ่อนอยู่ในริโอ เดอ จาเนโรนคร

354

360

365

372

We also enjoyed the ride on the bondinho, the cable car to the peak of the Sugarloaf mountain, the best spot to see the panoramic view of the city.

อีกที่ที่จะได้เห็นวิวสวยของเมืองแบบพาโนราม่าคือที่ภูเขา Sugarloaf mountain ที่ต้องนั่งเคเบิ้ลคาร์ 2 ต่อเชื่อมจากเขาอีกลูกไปอีกลูก จึงจะขึ้นไปถึงจุดชมวิวบนยอดสูงสุด ค่าขึ้นเคเบิ้ลคาร์ที่มีชื่อเรียกว่า bondinho แอบแพงอยู่ค่ะ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะตกประมาณเกือบ 800 บาทต่อคน บนนั้นมีร้านอาหาร และจุดให้ชมวิวถ่ายรูปเยอะอยู่ ถ้ามีเวลาเดินเล่นรอบๆก็ถือว่าคุ้มกับค่าตั๋วอยู่ค่ะ

img_5202

img_5203

img_5201

img_5200

202

204

Copacabana beach is the most famous and well-known. We found it too busy with tourists so we didn’t spend too much time there, instead booking a fancy restaurant with a great ambience for a  classy dinner.

Our first dinner in Rio was at “Mee”, an Asian fusion restaurant located right by the poolside within Brazil’s most iconic hotel Belmond Copacabana Palace, located on the Copacabana beachfront. The sophisticated modern interior a stark contrast to the classic atmosphere of this elegant hotel made us feel like we were in two different worlds!

Copacabana คือหาดชื่อดังของริโอที่นักท่องเที่ยวแวะเวียนมามากที่สุด เราไม่ถนัดนักกับบรรยากาศวุ่นวายของนักท่องเที่ยวกรุ๊ปใหญ่ๆ จึงขอข้ามกิจกรรมตอนกลางวันในย่านนี้ เน้นมาดื่มด่ำบรรยากาศผ่อนคลายกับอาหารมื้อพิเศษในช่วงหัวค่ำแทน และสำหรับดินเนอร์มื้อแรกที่ริโอ เราเลือกลองร้านอาหารเอเชียแบบฟิวชั่น “Mee” ร้านนี้อยู่ข้างๆสระว่ายน้ำในโรงแรม Belmond Copacabana Palace ซึ่งเป็นโรงแรมเก่าแก่สุดคลาสสิค ที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศบราซิลเลยก็ว่าได้ บรรยากาศในร้านตกแต่งแบบโมเดิร์นสุดพลัง ผิดกับภาพรวมอันแสนคลาสสิคของโรงแรม เหมือนกับเราหลุดเข้ามาอยู่ในอีกโลกหนึ่ง เห็นว่าทางร้านเพิ่งได้รับรางวัลมิชิลินหนึ่งดาวมาหมาดๆด้วยค่ะ อาหารใช้ได้นะคะ บริการก็โอเค แต่แอบงงที่บริกรยกอาหารเสิร์ฟผิดโต๊ะตลอดๆนี่สิ ลำบากคู่เรานั่งกินกันไม่ค่อยเป็นสุขเท่าไหร่ เพราะต่อมเผือกทำงานตลอดเวลา 555 (เธอๆ นั่นของเราป้ะ ทำไมไปเสิร์ฟโต๊ะนั้นอ่า.. เธอๆ โต๊ะข้างๆบอกไม่ได้สั่งจานที่บ๋อยยกมา.. เธอๆ เสิร์ฟผิดโต๊ะอีกแล้วอ่ะ นี่เดินกลับเข้าไปเช็คกะในครัวละ.. )

265212213211081

We sticked around Ipanema neighbourhood for breakfast. Not a breakfast person myself, I did enjoy this morning bliss in Rio very much though. We loved to hunt for new location and to try out a new pastry everyday. My favorite dishes were cheese-based pastries, omelette, fresh juices and mint tea, while my hubby got addicted to the strong taste of locally produced Arabica coffee.

จริงๆเราไม่ค่อยทานอาหารเช้าเป็นเรื่องเป็นราวเท่าไหร่ แต่ที่ริโอเรากลับรู้สึกสนุกกับการออกไปเดินตระเวนหาอาหารเช้าอร่อยๆทาน เหมือนเล่นเกมส์ตามล่าหาขุมทรัพย์อะไรเทือกนั้น (ฮ่าๆ) ที่เราชอบทานมากคือพวกขนมปัง/ขนมอบไส้ชีสแน่นๆ รสจะออกเค็มๆหน่อย กินกับน้ำผลไม้คั้นสดๆหรือชารสมิ้นท์ เรียกพลังความสดชื่นได้เป็นอย่างดี ส่วนคุณสามีเป็นคอกาแฟ นางเลยชอบรสเข้มข้นของกาแฟอาราบิก้าพื้นเมืองบราซิลเป็นพิเศษ

img_5181

img_5178

img_5183

img_5180

img_5184

img_5179

Friday night at Leblon was fun. The area is full of funky bars and restaurants where the local loves to hang out. “Sushi Leblon” lived up to its reputation as the eatery of choice for those living in this upmarket neighbourhood, an authentic Japanese packed every night thanks to the fresh fish and the buzzy atmosphere, which we really enjoyed while seated at the counter bar.

ย่านสุดชิคของเหล่าไฮโซ Leblon อยู่ไม่ไกลจาก Ipanema บรรยากาศคืนวันสุดสัปดาห์ที่นี่คึกคักดีค่ะ เต็มไปด้วยแสงสีของบาร์และร้านอาหาร ผู้คนแต่งตัวสวยงามออกมาชิลล์เอ้าท์กันเต็มไปหมด ชอบจริงๆเวลาเห็นคนท้องถิ่นออกมาสนุกกัน ร้านอาหารญี่ปุ่น “Sushi Leblon” คือร้านดังประจำถิ่น เห็นร้านใหญ่โตแบบนั้นแต่คนก็นั่งเต็มร้าน เราเกือบไม่มีที่นั่งเพราะไม่ได้จองล่วงหน้า โชคยังดีที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์พอมีที่ว่างอยู่ ร้านนี้เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นแท้ๆรสชาติไม่แพ้ออริจินัล งานซูชิมา งานสาเกก็มา มื้อนี้นับว่าถูกปากและถูกใจเราสุดๆ

img_5190

img_5186

img_5185

img_5187

img_5189

Michelin-starred restaurant “Lasai” is a venue that is receiving compliments from food critics around the world. Opened by the former chef from Mugaritz in Spain, Lasai offers two different menu options: Festival and Don’t mess with me… , where only the ingredients are mentioned, what you are actually going to eat lies in the creative mind of the chef. It was one of our most memorable dinners, the food quality outstanding and also the service and wines were very good. I still remember how tasty the beef was, unforgettable.

ดินเนอร์ที่ร้าน “Lasai” คือมื้อพิเศษสุดที่ริโอสำหรับเรา ร้านนี้ได้รับคำชมและพูดถึงเป็นอย่างมาก อาจด้วยเพราะชื่อเสียงของเชฟที่เคยเป็นเชฟเก่าที่ร้านชื่อดังของสเปน Mugaritz ก่อนจะย้ายกลับมาริโอเพื่อเปิดร้านนี้ พอไปถึงทางร้านจะพาไปนั่งที่ดาดฟ้าของตึกเพื่อดื่มเรียกน้ำย่อย (จากดาดฟ้าเรามองเห็นรูปปั้นพระเยซูด้วยค่ะ) คอร์สแรกก็เสิร์ฟที่บนนั้นด้วย เป็นอาหารทานเล่นคำเล็กๆ 4 ชนิด ที่ร้านมีแค่สองเมนูให้เลือกค่ะ เมนูแรกเป็นคอร์สจัดเต็มที่ชื่อ Festival  ซึ่งเราจะรู้แค่ชื่อวัตถุดิบไม่รู้ว่าอาหารจะปรุงออกมาแบบไหน เราเลือกคอร์สนี้กันเพราะได้กินไปลุ้นไปสนุกดี (ฮ่าๆ) ส่วนอีกเมนู Don’t mess with me… (ชื่อนี่คือแบบ ไม่รู้ไปโกรธใครมา 555) เมนูนี้เราสามารถเลือกอาหารในแต่ละคอร์สได้จากช้อยส์ที่ทางร้านนำเสนอ ยิ่งกินยิ่งอร่อยโดยเฉพาะสเต๊กเนื้อจานสุดท้าย รสนุ่มลิ้นแถมละลายในปาก ดีงามจนอดที่จะเอ่ยชมไม่ได้ บอกบริกรที่แวะมารินเติมไวน์ที่โต๊ะว่า “ร้านเธออร่อยขนาดนี้เจ๊ว่าเธอสมควรได้เชลล์ชวนชิม เอ้ย ดาวจากมิชิลินนะ” ฮีตอบกลับอย่างสุภาพว่า “อ๋อครับ ร้านเราได้หนึ่งดาวครับ” เพล้งงง! ไม่ใช่แก้วค่ะ แต่เป็นหน้าพี่เอง 555 หันไปเขม่นสามี “ไหนเธอบอกไม่ใช่ร้านมิชิลินไงห้ะ?!” ตลกดีค่ะนานๆทีคุณสามีเธอจะพลาดเรื่องข้อมูล

Our five days in Rio de Janeiro went very quick, a good indicator of how much fun and good time we had in this city. Next stop in our little tour of South America will be Foz do Iguaçu, the majestic waterfall at the border with Argentina. Ate logo Rio de Janeiro, it has been a pleasure.

อะไรเนี่ย 5 คืนผ่านไปแล้วเหรอ เร็วเกินทำใจรับได้ (เว่อร์ตลอดๆ 555) ริโอสนุกจริงๆค่ะ คงต้องหาโอกาสมาใหม่ ส่วนที่หมายถัดไปก็ยังอยู่ในบราซิล คราวนี้ได้เวลาแอดเวนเจอร์บ้างอะไรบ้าง แพ็คกระเป๋าเตรียมเข้าป่าไปบุกตะลุยน้ำตกกันครับพี่น้องครับ เอ้า ฮุย เล ฮุย!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s