We wanted to celebrate our first wedding anniversary, and also my first year living in Italy full time, so we wanted to find a place that would represent this country, but also our modern style and our eager to explore. There is one place that fits the bill perfectly: Osteria Francescana in Modena.

หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก เผลอแป๊บๆปฏิทินวนมาถึงวันครบรอบแต่งงาน และแถมด้วยการย้ายมาลงหลักปักฐานที่อิตาลีนานครบปี โอกาสดีๆแบบนี้ก็ต้องฉลองกันหน่อย ที่พิเศษสำหรับโอกาสพิเศษๆแบบนี้จะเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกเสียจาก ร้าน Osteria Francescana ร้านอาหารชื่อดังของอิตาลีที่เมือง  Modena ร้านดีมีคุณภาพการันตีด้วยมิชิลิน 3 ดาว บวกกับสไตล์โดดเด่นในการนำเสนออาหารอิตาลีเมนูคุ้นเคยในรูปแบบงานศิลปะล้ำสมัยฉีกกฎเกณฑ์ ว่าแล้วคุณสามีก็ไม่รอช้ารีบส่งอีเมล์ไปจองโดยพลัน

384

This restaurant is world famous, being an avant-garde Italian restaurant with three-Michelin stars, and also in the last few years being rated in the top 3 restaurant worldwide by the “50 Best” annual competition. Booking this restaurant is not easy at all, guests travel from across the world to dine here, so when we booked we were initially put in a waiting list. Luckily we were quite flexible with dates so after a week they gave us a call to confirm a table became available right at the end of March.

It is just over two hours drive from where we lived, and it was also a good chance to visit the pretty town of Modena, where we also spent the night. This small city is famous for car-making, having both Ferrari and Lamborghini factories nearby, but it seems like Osteria Francescana is stealing the scene lately.

สดๆร้อนๆจากการประกาศรางวัล The World’s 50 best restaurants 2016 เมื่อ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา สุดยอดเชฟจากอิตาลี Massimo Bottura ฉายาอาร์ตตัวพ่อ สามารถพาร้าน Osteria Francescana เข้าวิน ถือธงอิตาลีขึ้นเวทีไปรับรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลกอย่างภาคภูมิใจ เราก็แอบภูมิใจไปด้วยที่ได้มีโอกาสลิ้มลองฝีมือฉกาจของเชฟสุดติสท์ท่านนี้ เราจองไปช่วงสิ้นเดือนมีนาคม ตอนนั้นร้านยังไม่ได้ชนะที่หนึ่ง รั้งอยู่ตำแหน่งอันดับสอง ซึ่งนั่นก็ว่าจองยากแล้ว ถ้าอยากไปกินอีกคราวนี้สงสัยคงต้องรอคิวกันเป็นเดือนๆ นับเป็นความโชคดีที่เราได้โต๊ะหลังจากเป็นคิวใน waiting list อยู่เป็นอาทิตย์ เรานี่ล้างกระเพาะนับวันรอกันเลยทีเดียวค่าาา

เมือง Modena อยู่ไม่ไกลจากเมืองที่เราอยู่ ใช้เวลาขับรถประมาณสองชั่วโมงก็ไปถึง เป็นเมืองเล็กๆน่ารักที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตรถยนต์ ทั้ง Ferrari  และ Lamborghini ต่างก็มีโรงงานผลิตอยู่ในเมืองนี้ เราจริงจังกับการกินมื้อนี้กันมาก ถึงขนาดที่จองที่พักในเมืองหนึ่งคืน เพื่อว่าพอกินดื่มเต็มที่ก็เดินกลับมานอนตีพุงที่โรงแรมใกล้ๆได้เลย แผนนี้คือดีงามใช่ไหมล่ะ?! ;))

387

img_4891

The venue itself opens at 8pm, sharp! Arriving a few minutes early we noticed most of the other guests waiting outside on the pedestrian street. In fact, the door will open right at 8pm and we were taken to our table. There are twelve tables in two different dining rooms. The atmosphere is elegant but relaxed, and the paintings on the wall, plus a policeman manikin in the entrance hall, will make it clear the host loves modern art. At this point we realized that we should not expect anything classic and conventional, the food will be just like art.

ตึกสีชมพูอ่อนหน้าตาดูธรรมดา ไม่น่าเชื่อว่านี่คือที่ตั้งของร้านอันดับท็อปของโลก ถ้าไม่เห็นว่ามีคนมายืนออรอเต็มหน้าร้าน เราคงเดินผ่านเลยไปไม่ทันสังเกตุเป็นแน่ ว่าแต่ว่าคนเค้ามายืนรออะไรกันล่ะเนี่ย ทำไมถึงไม่เข้าไปนั่งรอในร้าน นี่ก็สองทุ่มแล้วร้านก็น่าจะเปิดแล้วนี่นา พอก้มมองดูนาฬิกาก็ถึงบางอ้อ ก็แหมขณะนั้นเป็นเวลา 19:58 เอง จะรีบมากันทำไมกันห้ะ  ฟังไม่เข้าใจรึไง บอกแล้วไงว่าร้านเปิดสองทุ่มตรงอ่ะค่าาา!! ก็เพิ่งจะเคยเห็นร้านในอิตาลีที่เปิดประตูตรงเวลาเป๊ะขนาดนี้ ฮ่าๆๆ

391

397

400

We went for the menu called “Traditions in Evolution”, which is the signature menu of the chef Massimo Bottura. The idea behind the menu is to use traditional recipes, re-invent them with creativity, and use the best ingredients and techniques to deliver a work of culinary art.

The first of ten courses was called Memory of a mortadella sandwich, where the typical bread and meat were re-imagined as a ham mousse, followed by the Croccantino of Foie Gras, what looked like an ice-cream was actually foie gras filled with balsamic vinegar. Being a foie gras lover myself, I was impressed how well it went with balsamic vinegar, so unexpected and so tasty.

The Pasta and beans, a very traditional rural dish from the north of Italy, was served in what looked like a tiramisu cup, had neither pasta or beans in it, and was completely reinvented using hard cheese and foie gras among other things, and still managed to deliver such a similar taste, pure genius.

เมนูแนะนำของที่ร้านคือ “Traditions in Evolution” เป็นอาหารจานเล็กๆ 10 คอร์ส ที่เกิดจากไอเดียการนำของเดิมมาปรับปรุงใหม่ และนี่แหละทีเด็ดของเชฟ Bottura การเอาเมนูบ้านๆธรรมดาๆ อย่างลาซานญ่า พาสต้ากับถั่ว หรือแม้กระทั่งซีซ่าร์สลัด ที่ไม่น่าจะมาอยู่ในเมนูระดับโลกแบบนี้ได้ เขานำมาดัดแปลง ใส่หัวใจและหัวครีเอทีฟเข้าไป ทำให้ได้อาหารจานใหม่ที่คงไว้ซึ่งรสชาติดั้งเดิม แต่มีหน้าตาและใช้ส่วนผสมที่แตกต่างจากของเดิมชนิดที่ใครก็คาดไม่ถึง บอกเลยว่าโจทย์นี้ไม่ง่ายนะคะ ทำเมนูที่คนรู้จักคุ้นลิ้นอยู่แล้วให้มีหน้าตาร่วมสมัยแถมรสชาติอร่อยกว่าเดิมหลายเท่า ต้องยอมรับในความกล้าบ้าบิ่นของเชฟ เพราะต่อให้อาหารมีหน้าตาเลิศเลอ หรือใส่ไอเดียบรรเจิดขนาดไหน ถ้าทำออกมาแล้วไม่อร่อยกว่าของบ้านๆเดิมๆยังไง๊ก็ไม่รอดค่ะ

394

436

The chef takes you through a journey of local ingredients and exceptional cooking skills, serving the local Parmigiano Reggiano cheese in five different textures, ages and temperatures. Hard to believe this dish is composed by only one ingredient: the cheese.

The name of each course will help you understand the idea behind the creation: “An eel swimming up the Po River” or “Beautiful, psychedelic spin-painted veal, not flame grilled” are the clue you will not have a typical dinner, rather a collection of ten works of art, that you will enjoy not only with your eyes, but also your nose and most importantly your mouth.

The dessert is called “Oops. I dropped the lemon tart”; the story behind this is a real one. The sous chef once dropped the lemon tart on the kitchen floor, breaking it up and feeling very sorry for the mishap. The chef Bottura, however, saw something special in that and decided that from that moment onward, the lemon tart would be served just like that, a tribute to imperfection, using his words.

407

412

จานที่เราชอบเป็นพิเศษคือ ไอศรีมตับห่านสอดไส้ด้วยน้ำส้มสายชูบัลซามิค กับ ชีสชนิดเดียวกันที่ใช้เทคนิคในการปรุงแตกต่างกัน 5 วิธี ถ้าใครชอบทานอะไรเลี่ยนๆมันๆแบบเรา สองจานนี้บอกว่าเลยละมุนลิ้นฟินไปถึงชาติหน้าเลยค่ะ (นี่ก็เว่อร์ไป๊! 555) ส่วนชื่อเมนูก็มีความครีเอทีฟไม่หยอก ไม่ว่าจะ “ปลาไหลที่ว่ายอยู่ในแม่น้ำโพ” หรือ “สวย หลอน นี่คืองานศิลปะสุดติสท์นะ ไม่ใช่เนื้อลูกวัวย่าง” นี่ถึงกับต้องอ่านทวนอีกทีให้แน่ใจว่าคือชื่ออาหารจริงๆ! (ฮ่าๆ) พูดถึงจานเนื้อลูกวัวจานนี้ เขาบอกว่าตั้งใจดีไซน์ออกมาให้เหมือนภาพวาดชิ้นนึงที่แขวนไว้อยู่ผนังอีกห้อง  แอบเสียดายที่ไม่ได้เห็นภาพเขียนชิ้นนั้นเลยไม่รู้ว่าทำออกมาได้เหมือนแค่ไหน

ส่วนจานที่โด่งดังเป็นพลุแตก ชนิดที่เรียกได้ว่าถ้านึกถึงเชฟ Bottura ก็ต้องนึกถึงจานนี้ นั่นคือ “อุ๊บส์ ฉันดันทำทาร์ตมะนาวตกอ่ะเธอว์” เมนูชื่อเก๋นี้ถือกำเนิดขึ้นในครัว เมื่อหนึ่งในผู้ช่วยเชฟเผลอทำจานขนมทาร์ตมะนาวตกพื้นก่อนนำไปเสิร์ฟ เชฟ Bottura เห็นแล้วถึงกับร้องอุทานว่า โอ้วว มันคือศิลปะ!! เพื่อเป็นการแสดงความชื่นชมแด่ความไม่สมบูรณ์แบบอันสวยงาม ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเจ้าทาร์ตมะนาวจึงถูกเสิร์ฟด้วยหน้าตาแบบที่เห็นเป็นประการฉะนี้ (ไม่ติสท์จริงทำไม่ได้นะฮะ)

390

389

At the recent “50 Best” event this restaurant was voted the Best restaurant in the World, booking this venue will be even harder, but if you manage to get a table the chef and his team will make sure that you will experience something unique and extraordinary. Well done Osteria Francescana, you deserve this award!

จบมื้อแบบประทับใจสุดๆๆๆๆ (ใส่ไม้ยมกรัวๆ) ขออวดว่าเป็นมื้อแรกที่สามารถกินเองคนเดียวสิบจานหมดเกลี้ยงโดยไม่แบ่งให้สามี อิอิ (ปกติเวลาอิ่มแล้วจะชิ่งประจำ)  ฉะนั้นเรื่องความอร่อยคงไม่ต้องพูดถึง ส่วนการบริการก็เป็นไปแบบสบายๆไม่เป็นทางการจนเกินไปให้อึดอัด บรรยากาศร้านก็ตกแต่งเรียบง่าย ทำเหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยย่อมๆตามสไตล์ที่เชฟชอบ เชฟแกแอบเอาหุ่นขี้ผึ้งมาตั้งไว้หน้าประตูด้วยนะ เรานี่นึกว่ายามเฝ้าประตูจริงๆ 555 เชฟคนนี้มีความเป็นตัวตนที่ชัดเจนและนำเสนอออกมาได้ถูกจุด พูดได้เต็มปากเลยว่า คุณเหมาะสมแล้วกับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ นาทีนี้คุณคือที่สุดแล้วค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s