There’s a particular isolation that’s only found in the desert. Its vast openness and sweltering heat could easily fool our mind. However, the mystic charm of the desert is  so alluring that I couldn’t resist to explore beyond the horizon.

“ทะเลทราย” อาจไม่ใช่จุดหมายของใครหลายๆคน ท่ามกลางแดดร้อนระอุและความเวิ้งว้างว่างเปล่านั้น ฉันกลับมองเห็นความสวยงามที่ซ่อนอยู่ มันมีเสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดให้เราต้องดั้นด้นมาสัมผัสด้วยตัวเอง… สักครั้งหนึ่งในชีวิต!

img_4524

img_4525

img_4405

Qasr Al Sarab desert resort by Anantara  is located in the largest contiguous desert in the world: Rub al-Khali (Abu Dhabi’s Empty Quarter). It took two hours by car from the capital Abu Dhabi to reach our destination. I wasn’t sure we were on the right direction as the desert was the only thing I could see, nothing more nothing less, just sand duned as far as the eye could see. My husband ensured me with his confident style every time he checked the map. I must have trusted him so much I eventually fell asleep until he woke me up suddenly. “That’s it!” he said aloud . Ahh the hotel’s sign, thanks God we made it. From that point, it still took another ten minutes to drive to the official hotel gate that looked exactly like a luxury entrance to the castle. All buildings were low rise in rectangular shape, their colour blending very well with the sand dunes around, it looked like hundred year old medieval town rather than a modern hotel.

จุดหมายของเราคือ Qasr Al Sarab รีสอร์ทห้าดาวในเครือ Anantara ตั้งอยู่บนทะเลทรายในตำนาน Rub al-Khali ทะเลทรายขนาดกว้างใหญ่ที่สุดในโลก นับเป็นเมกะโปรเจคที่ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 4 ปี ตลอดเส้นทางที่ขับรถมาจากอาบูดาบี สองข้างทางเห็นแต่ทะเลทรายหน้าตาเดิมๆ สามีหยิบแผ่นแผนที่ขึ้นมาดูเป็นครั้งคราวแล้วก็ขับต่อด้วยท่าทีมั่นใจ ถ้าเธอมั่นฉันก็มั่นด้วย เราจึงแสดงความมั่นใจไม่น้อยหน้าด้วยการงีบหลับซะเลย กำลังได้ที่ โงนๆเงนๆ เสียงคุณสามีลอยมา “เจอแล้ว! นั่นไง” ป้ายทางเข้ารีสอร์ทคือสัญญาณจากสวรรค์ ทันทีที่สติมารีบเอ่ยปากกึ่งขอกึ่งบังคับให้สามีจอดรถ ได้เวลาออกไปยืดเส้นยืดสายละเรา จัดการโชว์กระโดดขาคู่ถ่ายรูปแรกประเดิมเรียกความฮึกเหิม แต่เอ๊ะไหนล่ะรีสอร์ท? มองไปรอบๆเห็นแต่ทะเลทรายไม่เห็นมีวี่แววของสิ่งมีชีวิตเลย อ่อ ยังไม่ถึงค่ะ! นี่แค่เรียกน้ำย่อย ต้องขับต่ออีกสิบกว่านาทีจึงจะถึงทางเข้าของจริง เล่นบิ้วมาแต่ไกลเลยนะเทอว์!

img_4729

img_4730

img_4733

img_4735

img_4736

img_4732

The lobby will make you feel right in the heart of Arabia, with typical decor and a mock-up spice market to give you the sensation of a local “souk”. The date smoothie with milk was served as welcome drink at the lobby. Hmm that was delicious! I put it straight away in the list of my favourite Arabian things.

The rooms are tastefully decorated, very generous in space and super comfortable beds. The highlight, though, is when you open the curtain and step outside on your balcony: the view of the desert is truly breathtaking. One of the most beautiful sceneries I have seen in my whole life.

และแล้วก็มาถึง.. ทางเข้าเป็นสะพานทอดยาวที่มีเสาประตูขนาบสองข้าง นี่ถ้ามีน้ำในบ่อและมีทหาร 2-3 นายยืนเฝ้าบนหอคอยตรงประตูแล้วละก็ มันคือทางเข้าปราสาทเจ้าชายอสูรดีๆนี่เอง! พอขับผ่านประตูเข้ามาจะเห็นเมืองที่เต็มไปด้วยตึกสไตล์อาหรับเตี้ยๆรูปทรงเหลี่ยม มีสีสันกลมกลืนไปกับผืนทะเลทราย หรือเพราะโดนปกคลุมไปด้วยทรายจริงๆก็ไม่รู้ แต่ดูขลังดีค่ะ คล้ายเมืองโบราณเก่าแก่อายุหลายร้อยปี ด้านในล๊อบบี้รีสอร์ทตกแต่งด้วยพรมทอมือ โถดินเผา และตลาดเครื่องเทศที่ทำจำลองได้บรรยากาศเหมือนของจริงมาก พนักงานนำ welcome drink ที่เป็นน้ำสมูทตี้อินทผาลัมปั่นกับนมมาเสิร์ฟ มันเย็นสดชื่นนุ่มลิ้น เรานี่ติดใจจนต้องขอเบิ้ล พอเช็คอินเสร็จแล้ว ทางโรงแรมก็จัดบั้กกี้ขับรถพาเราเข้าไปที่ห้องพัก มันคือหนึ่งในอาคารทรงเหลี่ยมเตี้ยๆที่เห็นเมื่อครู่ ของตกแต่งทุกสิ่งอย่างในห้องล้วนเป็นแนวอาราเบี้ยนสมใจนึก เป๊ะเหมือนภาพที่นึกไว้ไม่มีผิดเพี้ยน แต่ที่เหนือเกินจากที่จินตนาการไว้คือวิวสุดอลังจากระเบียงห้อง!! จากตรงนี้มองไปจะเห็นสระว่ายน้ำสีฟ้ารูปร่างโค้งมนขนาดใหญ่รายล้อมด้วยต้นปาล์ม  ดูร่มรื่นราวกับเป็นโอเอซิสท่ามกลางทะเลทราย

img_4825

img_4561

img_4526

img_4527

img_4789

img_4790

The heat in the desert is extreme, even the lovely pool with the dunes in the background is not enough to cool you down when the temperature exceeds 40 degrees. The resort, however, provides some great spaces for you to spend the hottest hours of the day.

Later in the afternoon it is so refreshing to enjoy the swimming pool and as the sun goes down, and the temperature too, we left the pool area and walked for a few minutes  up the huge sand dunes to enjoy the wonderful sunset. The colour of the desert and the dry air make a very unique shade of red so this sunset will be like nothing you have ever seen before.

img_4534

img_4784

img_4785

img_4786

img_4787

img_4788

อากาศร้อนอบอ้าวจริงๆ ร้อนทะลุ 40 องศา เหยียบพื้นทีเท้าแทบไหม้จ้า พอเก็บของในห้องเรียบร้อยเราก็พุ่งทะยานกระโดดลงสระว่ายน้ำทันที นับเป็นครั้งแรกกับสระว่ายน้ำกลางทะเลทราย ช่างลั้ลลามีความสุข (แถมตัวก็จะสุกด้วย 555) ความเก๋ของที่นี่อีกอย่างคือ จากสระว่ายน้ำสามารถเดินทะลุออกไปทะเลทรายได้เลย ไม่มีแนวรั้วกั้น ตกเย็นอุณหภูมิค่อยๆลดลง พื้นทรายไม่อมความร้อนแล้ว เราเลยถอดรองเท้าแตะทิ้งไว้ที่ข้างสระแล้วออกไปตะลุยย่ำเนินทรายเล่น แอบชอบความรู้สึกของเท้าเปล่าบนทะเลทรายมากเลยค่ะ มันนุ่มๆยวบๆบอกไม่ถูก วิวพระอาทิตย์ตกจากตรงนี้คือเลอค่ามาก ก่อนที่ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าได้เปล่งประกายสีแดงฉาบไปทั่วบริเวณ  ทั้งขอบฟ้าและพื้นทรายกลายเป็นสีส้มอมแดงไล่เฉดเป็นริ้วสวยงาม แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าฉากแบบนี้คือของจริงไม่ใช่ในหนัง มองหน้ากันกับสามีแล้วยิ้มไม่หุบ คือมันสวยสุดๆ มันดีกว่าที่ฝันเอาไว้!!

img_4566

img_4568

img_4569

img_4718

img_4719

img_4740

img_4739

“ห้องสมุด” ที่นี่แต่งของวินเทจแน่นมากกกก เหมือนเป็นห้องทำงานขนาดใหญ่ของนักเดินทางท่องโลก เราชอบไปนั่งเล่นหาอ่านหนังสือเกี่ยวกับประเทศต่างๆ อ่านไปกินไป หยิบไม่ยั้งกับอินทผาลัมแบบ all you can eat พร้อมจิบชาพื้นเมืองหอมๆ เป็นห้องที่อยู่แล้วเพลินจนลืมเวลา ที่ชอบมากคือไอเดียที่เขาวางถาดลูกอินทผาลัมไว้ทั่วทุกที่ในโรงแรม ใครผ่านไปมาก็หยิบกินได้ตลอด ส่วนอีกที่โปรดแต่ไปบ่อยไม่ได้ (เพราะมันแพง) คือ “สปา” พนักงานที่นี่อิมพอร์ตมาจากไทยแลนด์ล้วนๆค่า ทุกนางล้วนฝีมือฉมังนัก  วิวจากห้องสปาก็สวยไม่แพ้ห้องอื่น เขาเข้าใจทำบ่อน้ำเล็กๆเป็นกระจกใสไว้ด้านนอก บ่อน้ำสีน้ำเงินสดตัดกับเนินทรายสีส้ม ดูแล้วสดชื่นสบายตา ชิลล์กันทั้งคนนอนคนนวด

img_4815

img_4817

img_4562

img_4563

img_4538

img_4802

img_4539

The library offers amazing views of the desert while you can enjoy the local delicacies: Arabic tea with sweet dates. Another unmissable place is the spa where you will be spoilt by the lovely Thai ladies with a great range of massages and treatments. As the night falls, the sky will be full of stars, the dark desert around will help you see so many of them you could not count. It is, however, inside the resort that the good time continues as the two restaurants will serve you delicious food in a sophisticated environment. The perfect ending for a day in the desert, the harsh natural environment and the luxurious resort all blending together for an unforgettable experience.

ที่นี่มีห้องอาหารให้เลือกหลากหลายอยู่ ทั้งอาหารพื้นเมืองอาหรับ อาหารเมดิเตอร์เรเนี่ยน และอาหารฝรั่งตะวันตก เราชอบที่จะนั่งโต๊ะที่ระเบียงด้านนอกเพื่อรับลมชมดาว ลมหนาวอาจจะทำให้สะท้านบ้าง แต่คืนที่ฟ้าเต็มไปด้วยดาวกับบรรยากาศแบบนี้คงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ยอมเอาผ้ามาห่อตัวไปกินไปค่ะ ฮ่าๆ

จบทริปแบบประทับใจในทุกดีเทลและบริการ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวชัดเจนและนำเสนอมันออกมาได้อย่างลงตัว นับเป็นรีสอร์ทกลางทะเลทรายที่ทำได้สมบูรณ์แบบเอามากๆ ต้องยอมรับว่าหลงมนต์เสน่ห์อาหรับแบบถอนตัวไม่ขึ้นแล้วสิเรา..

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s