One of the privileges of living in the North of Italy is being close to the Dolomites, an area of the Alps where the rocky peaks are so impressive to be considered an UNESCO World Heritage site. After just over two hour drive, we reached the area called Alta badia, in the region of Trentino Alto-Adige, or Sud-Tirol. The Austrian influence here is very big and the local dialect is called Ladin, a vulgar form of Latin that is very different from the Italian language. But it’s the mountain scenery that really make you feel out of this world.

หลังจากโดนโรคเลื่อนมา 2 ครั้ง เพราะฝนฟ้าไม่เป็นใจ ทริปหนีหนาวไปเจอหนาวกว่าของเราก็มาถึง (ฮูเร่!) ทริปนี้ทำเอาเราตื่นเต้นมากถึงมากที่สุด อย่างแรกเลย มันคือทริปสกีครั้งแรกในยุโรป อย่างที่สองคือ ครั้งสุดท้ายที่เล่นสกีแบบมั่วๆเองคือเมื่อสิบปีก่อนที่ญี่ปุ่น (ซึ่งตอนนั้นแอบปันใจไปชอบเล่นสโนว์บอร์ดมากกว่าอีกต่างหาก) และอย่างสุดท้าย ครั้งนี้เราจะมีครูสอนแบบตัวต่อตัว เป็นเวลา 2 วัน วันละ 4 ชั่วโมง! สงสัยสามีกะจะปั้นส่งชิงแชมป์โอลิมปิกแน่ๆเลยเน้อ

img_6628img_6593img_6571img_6640

After dropping our bags at the hotel, we jumped into our ski suits, and took the cable car up the mountain. The plan was to have lunch in a mountain chalet, but without skis it is not easy to reach, so we rented a sledge and went down the small trail in the forest that would lead us to the chalet. The experience was exhilarating, the sledge was pretty fast and we did not have much control of the direction. Thankfully the fresh snow on the sides was always a good cushion whenever we skidded off the piste. While the ski slopes are pretty busy, this sledge trail was extremely quiet; at a point it even started to snow and it really felt like a fairy-tale. The chalet was ideally located half way down, so we could have a break enjoying a special lunch. Some people call this area ‘Gourmet valley’, because they are very proud of their high quality food and every winter fourteen Michelin starred chefs collaborate to as many chalets to create special dishes for the visitors.

img_6672img_6674-1img_6717img_6708img_6712img_6707-4

เราเพิ่งย้ายบ้านมาอยู่เมืองทางเหนือของอิตาลีเมื่อต้นปี อยู่ไม่ไกลนักจาก Dolomites (โดโลไมต์) ภูเขาที่เขาว่ากันว่าสวยที่สุดในอิตาลี โดโลไมต์เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ และยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกของยูเนสโกด้วยค่ะ จากบ้านใช้เวลาขับรถไป 2 ชั่วโมงกว่าๆ ที่ที่เรามุ่งหน้าไปคือหุบเขา Alta Badia (อัลต้าบาเดีย) อยู่ในแคว้น Trentino Alto-Adige (เตรนติโน่ อัลโต้-อาดิเจ้) หรือ Sud-Tirol (ซุด-ทิโรล) หุบเขาอัลต้าบาเดียคือจุดเล่นสกีที่ใหญ่ที่สุดในโลก เกิดจากการเชื่อมต่อของหุบเขาน้อยใหญ่ทั้งหลายในบริเวณ ใหญ่ขนาดที่เราสามารถเล่นสกีได้ทั้งวันโดยไม่ซ้ำ piste (ลานสกี) เลยทีเดียว แต่ละจุดจะมีกระเช้า / เคเบิ้ลคาร์เชื่อมต่อกัน ใครที่ชอบสำรวจมาที่นี่สนุกเลยแหละ ซอกแซกไปได้สารพัดเขาสารพัดแอ่ง  เรื่องวิวก็คงไม่ต้องบอกว่าสวยอลังแค่ไหน จริงๆแค่ขึ้นมาชมวิวก็ถือว่าคุ้มแสนคุ้มแล้วค่ะ

img_6714img_6702img_6716img_6698img_6700

เราขับมาถึงโรงแรมตอนเที่ยง พอเช็คอินและเก็บกระเป๋าในห้องเรียบร้อย แอบนึกสนุกกันขึ้นมาเลยหยิบชุดสกีมาสวม ตรงดิ่งไปเช่ารถเลื่อนหิมะแบบที่เด็กๆชอบเล่น แล้วซื้อตั๋วพาสเพื่อขึ้นเคเบิ้ลคาร์ไปที่ลานสกีบนเขา แพลนวันนี้ของเราคือ จะนั่งสไลด์รถเลื่อนหิมะลงไปกินข้าวที่ร้านอาหารที่อยู่ที่ลานสกีด้านล่าง! ขอเล่นเป็นเด็กๆซักวันนึงนะคะ :)) ที่นี่เขาทำลานสำหรับรถเลื่อนหิมะโดยเฉพาะด้วยนะ แยกออกมาจากลานสกีเลย มันจึงเหมือนเป็นลานเล่นส่วนตัวของสองเรา! ตรงนั้นมีแค่เราสองคนอยู่ท่ามกลางภูเขาหิมะสีขาวโพลนโอบล้อม  จังหวะพอดีกับที่หิมะเริ่มตกโปรยปรายลงมาเบาๆ  มันช่างแสนสวยงามราวกับฉากในหนังเทพนิยาย ยอมรับว่าแอบมีแว้บนึงที่เผลอคิดไปว่าตัวเองคือเจ้าหญิงเอลซ่า Let it goooo!! (อิอิ) หยุดมโนแล้วกลับมาเรื่องรถเลื่อนต่อ ด้วยน้ำหนักของผู้ใหญ่สองคน รถเลื่อนของเราจึงไถลด้วยความเร็วระดับซุปเปอร์คาร์ แอบซิ่งแหกโค้งกันไปหลายที โชคยังดีที่มีขอบหิมะหนานุ่มคอยรับไว้ พอมาถึงจุดที่เป็นเนินชันเราจึงสไลด์ไปต่อไม่ได้ เราเลยช่วยกันลาก เอ้ย สามีเลยลากรถเดินขึ้นเนินไปโดยมีเราเดินเคียงข้างอย่างใกล้ชิด (ฟังดูดีเนาะ 555) และแล้วเราก็มาถึง ‘ร้านอาหารชาเล่ต์กลางหุบเขา’ หุบเขานี้เขาขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อยค่ะ ทุกฤดูหนาวเชฟที่ได้มิชิลินสตาร์ 14  คน จะร่วมกับร้านอาหาร 14 ร้าน ทำเมนูพิเศษออกมาหนึ่งร้านหนึ่งเมนู (คล้ายๆกับหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์) แน่นอนว่าเราสองคนก็ไม่พลาดที่จะชิม

 

img_6659img_6821img_6857img_7030img_6842img_6961img_6861

The second day it was time to get some ski lessons! I haven’t had skis under my feet since many years ago in Japan, so at first it was a strange feeling; but  thanks to my instructor Martina I slowly got more confident and started to learn again the basics of this fantastic sport. Learning the snow plough turn is the first step to master this sport. I cannot wait to practice more in the next few winters, then I can ski with confidence to explore the area more and more. It is apparently the biggest ski area in the world, since many different towns and valleys are connected. You can spend the whole day skiing without doing the same run twice! One ski-pass of the Dolomite Superski will allow you to run on 1200 km of pistes all connected to each other, a very impressive way to explore the mountains.

One of the best things of being on the mountain is to be able to enjoy the tasty food while admiring the scenery. On a sunny day the view of the peaks around us is breathtaking, and despite the cold temperature it is even possible to sit outdoor while having lunch. I love sunny day on the mountain slopes. It’s perfect day for a glass of beer (or two)!

 

img_6851img_6847img_6849img_6824img_6853

วันที่สอง เช้าแห่งการฝึกหนักสู่โอลิมปิก! ครูที่สอนเราเป็นสาวน้อยวัย 23 ชื่อ มาร์ติน่า นางตัวเล็กนิดเดียวเอง แอบสงสารเวลานางต้องช่วยหิ้วปีกเราตอนล้ม คงจะหนักน่าดู วันนี้เรามีปัญหาในการเลี้ยวซ้าย!  ตีโค้งเข้าซ้ายไม่ถนัดเลยแฮะ โดนสามีล้อว่าเหมือนเดเรคในหนังเรื่อง Zoolander ที่หันซ้ายไม่ได้ (ฮึ่ม!) มาค้นพบทีหลังตอนเล่นเสร็จแล้วว่าที่แท้ล็อครองเท้าไม่แน่นนี่เอง รองเท้าหลวมเลยทำให้บังคับทิศทางลำบาก  จ๋อยเลยสิครับ ฝืนเล่นอยู่ทั้งวัน ก็ว่าทำไมขาซ้ายไม่มีแรง

วันนี้แดดออกดีมาก ถึงแม้จะอยู่บนยอดเขาอันหนาวเหน็บ ก็จะเห็นผู้คนออกมานั่งอาบแดด หรือทานอาหารที่โซนด้านนอกร้านกันเต็มไปหมด เล่นสกีมาเหนื่อยๆ ได้นั่งพักขา ดื่มเบียร์เย็นๆซักแก้ว(สองแก้ว) ท่ามกลางวิวภูเขาหิมะ มันรู้สึกสดชื่นนนนขึ้นมาทันตาเห็น

img_7024img_7016img_7013img_7012img_7008img_6997img_7003img_7015

After two days of skiing, relaxing and enjoying the winter scenery, it was finally time to head back home. Just as we left the area, we had to drive through a mountain pass where it was possible to catch another cable car up to 2800 m, one of the highest altitudes you can reach around here, unless you are hiking. At the top there is a Rifugio, or mountain house with rooms and restaurant. They say that on a clear day it is even possible to see the coast 200 km away. The real highlight is being able to see all the highest peaks of the Dolomites range just around you. Some peaks are over 3000 m high! Those mountains are so majestic that you really feel how much respect the nature deserves, and how privileged we are to be able to enjoy nature at its best!

img_6991img_7017img_7019

เช้าอีกวัน พอจัดรองเท้าถูกสเต็ปก็สกีได้เข้าท่ากว่าเดิม เห็นครูสอนแอบโล่งใจ (ฮ่าๆ) ยังไงไว้ปีหน้าเค้าจะมาฝึกท่าให้สวยกว่านี้น้าคุณครู ตอนนี้ขาตึง ระบมทั้งตัวไปหมดแล้ว ต้องขอลาก่อน ciao ciao ส่วนตอนขากลับเราต้องขับผ่านหุบเขาหิมะเส้นเดิม แอบเล็งร้านนึงกันเอาไว้ตั้งแต่ขามา เราเลยตั้งใจแวะทานข้าวกลางวันที่ร้านนั้นก่อนกลับ  Rifugio ร้านนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 2,800 เมตร การจะไปที่นี่ต้องนั่งเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปเท่านั้นค่ะ แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าที่ดั้นด้นขึ้นมา (และเสียค่าตั๋วรถเคเบิ้ล) เพราะแค่วิวจากระเบียงร้านอาหารก็กินขาดแล้ว ที่นี่เราสามารถชมวิวได้สุดลูกหูลูกตา ถ้าลองหันมองรอบตัวแบบ 360 องศา  จะรู้สึกเหมือนว่าเรากำลังถูกโอบล้อมอยู่ในอ้อมกอดของบรรดายอดเขาสูงแห่งหุบเขาอัลต้าบาเดียทั้งหลาย บางยอดมีความสูงมากกว่า 3,000 เมตรแหน่ะ! มันสวยงามเกินบรรยายจริงๆเล้ย  แอบเสียดายนิดนึงที่วันนี้มีเมฆหนาและหิมะตก ถ้าอากาศดีๆเขาว่ากันว่าเราสามารถมองเห็นวิวได้ไกลถึง 200 กิโลเมตร เลยทีเดียว

บนนั้นอากาศหนาวติดลบ 2 องศา (บรื๋อออ) หนาวๆแบบนี้ทำให้อยากทานซุปร้อนๆ เราเลยลองสั่งซุปเนื้อ goulash ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองของทางออสเตรีย/ฮังการี รสชาติอร่อยเข้มข้นถูกใจมากค่ะ เนื่องจากอยู่ใกล้ชายแดนติดกับประเทศออสเตรีย แคว้นนี้จึงได้รับอิทธิพลจากทางออสเตรียค่อนข้างเยอะ ทั้งวัฒนธรรม ภาษา และอาหารการกิน ขนาดสาวเสิร์ฟตามร้านยังใส่ชุดประจำชาติออสเตรียเลย (น่ารักสุดๆ แอบอยากมีไว้ในครอบครองซักชุด) แล้วเราก็จบทริปสกีไปแบบอิ่มอกอิ่มใจและอิ่มท้อง ขับรถไปได้ไม่ไกลแบบนี้ รับรองได้ว่าปีหน้าโดนคุณสามีลากมาหลายรอบแหงๆ คงต้องรีบไปฟิตออกกำลังขาแต่เนิ่นๆจะได้ไม่อายเจ้าพวกเด็กฝรั่งตัวกะเปี๊ยก ฮ่าาา

2 comments

  1. When I was younger, we always went to the Alps for skiing in winter. I never fully appreciated it back then. The holidays were fun but as a child, I don’t think I was able to see how beautiful the scenery is. Thanks for posting those pictures, they are stunning and bring back nice memories.

    Liked by 1 person

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s